ชุมชนป่าเหมี้ยงกับการอนุรักษ์ เพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม


ชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง หมู่ที่ 7

รายงานความก้าวหน้า

ไตรมาส ผลการดำเนินงาน งบประมาณที่ใช้ ผู้รับบริการ
2
[5851]

26 มกราคม 2569 ลงพื้นที่ ณ หมู่ที่ 7 ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เพื่อเก็บข้อมูลทั่วไปของชุมชน ได้แก่ กลุ่มการท่องเที่ยวในชุมชน กลุ่มการขนส่งในชุมชน กลุ่มร้านค้าและโฮมสเตย์ เป็นต้น

- เก็บข้อมูลสภาพทั่วไปของชุมชน ได้แก่ เส้นทางน้ำ เส้นทางการทำประมงในชุมชน

- เก็บข้อมูลลักษณะของการทำธุรกิจโฮมเสตย์ของชุมชน จุดเด่น/จุดด้อย

- สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับชนิดพันธุ์สัตว์น้ำ ที่มีอยู่ในชุมชน และเส้นทางน้ำของชุมชน

จากการลงพื้นที่ที่ผ่านมา พบว่า ชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลเมืองปาน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เป็นชุมชนที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะระบบนิเวศลำห้วยและแหล่งน้ำธรรมชาติที่เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำพื้นถิ่นหลายชนิด ซึ่งบางชนิดมีความสำคัญทั้งในเชิงเศรษฐกิจและวัฒนธรรมท้องถิ่น ปัจจุบันชุมชนมีแนวโน้มพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการท่องเที่ยวโดยชุมชน ดังนั้นการศึกษาข้อมูลเชิงพื้นที่ของแหล่งน้ำและชนิดพันธุ์ปลาพื้นถิ่นจึงมีความสำคัญต่อการวางแผนการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างเหมาะสม การประเมินศักยภาพของพื้นที่และการกำหนดขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ (Carrying Capacity) เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในระยะยาว การศึกษาครั้งนี้จึงมุ่งเน้นการรวบรวมข้อมูลเชิงพื้นที่ ศึกษาชนิดพันธุ์ปลาพื้นถิ่นที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และประเมินศักยภาพของพื้นที่ เพื่อจัดทำแนวทางการบริหารจัดการการท่องเที่ยวที่เหมาะสมสำหรับชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง

สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ จากกิจกรรมครั้งที่ 1

          1. ได้ข้อมูลประวัติความเป็นมา วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง จากการจัดกิจกรรมอบรมและการสัมภาษณ์แบบกลุ่ม (Focus Group) ร่วมกับผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจบริบททางสังคมและวัฒนธรรมของชุมชนได้อย่างชัดเจน

          2. ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ทรัพยากรสัตว์น้ำและสัตว์พื้นถิ่นที่อาศัยอยู่ในชุมชน ทั้งในด้านการบริโภค การจำหน่าย และการใช้ประโยชน์ในวิถีชีวิตของชุมชน ซึ่งจะสะท้อนถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติที่มีต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหารของชุมชน

          3. ได้ฐานข้อมูลชนิดพันธุ์ปลาพื้นถิ่นที่พบในแหล่งน้ำธรรมชาติของพื้นที่ศึกษา จากการสำรวจภาคสนามร่วมกับการสัมภาษณ์ชาวบ้านและผู้มีประสบการณ์ด้านการประมงพื้นบ้าน โดยข้อมูลดังกล่าวจะช่วยระบุชนิดพันธุ์ปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ รวมถึงชนิดพันธุ์ที่นิยมบริโภคในชุมชน

          4. ได้ข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพของพื้นที่ในด้านทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ ความพร้อมของชุมชน และรูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์และประเมินความเหมาะสมของพื้นที่สำหรับการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน

          5. ได้แนวทางในการกำหนดขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ (Carrying Capacity) สำหรับการท่องเที่ยวในชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการกิจกรรมการท่องเที่ยวได้อย่างเหมาะสม ลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

          6. ชุมชนสามารถนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาไปใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การอนุรักษ์สัตว์น้ำพื้นถิ่น และการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของชุมชนในอนาคต



รายงานโดย น.ส.กัญญารัตน์ โพธิตา วันที่รายงาน 03/04/2569 [5851]
0 50
3
[5913]

วันที่ 27 เมษายน 2569ดำเนินการจัดกิจกรรมที่ 1เรื่องประสานงานชุมชน หมู่บ้าน ภาคีเครือข่าย และชี้แจงโครงการ เก็บข้อมูลรายละเอียดเชิงพื้นที่ ประเมินศักยภาพพื้นที่ และจัดทำแนวทางการจัดการขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยว

1. การอบรมและการบรรยายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เนื้อหาประกอบด้วย

- แนวคิดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการท่องเที่ยวโดยชุมชน

- ความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ป่าต้นน้ำ

- แนวคิด การจัดการขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ (Carrying Capacity)

2. การซักถามข้อมูลและการระดมความคิดเห็นของชุมชน

- การทำแผนที่ทรัพยากรชุมชน (Resource Mapping)

- การทำปฏิทินทรัพยากรธรรมชาติ

- การวิเคราะห์ SWOT จุดเด่น จุดด้วย โอกาส และอุปสรรค ของชุมชน

3. การจัดทำแนวทางการจัดการขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ เช่น จำนวนผู้เข้าชมต่อวัน การกำหนดพื้นที่อนุรักษ์ แนวทางการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ตลอดจน แนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมของชุมชน

1. ผลการดำเนินกิจกรรมการอบรม บรรยาย และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการท่องเที่ยวโดยชุมชน

                   เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 คณะผู้ดำเนินโครงการได้ลงพื้นที่ชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง เพื่อจัดกิจกรรมอบรม บรรยาย และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการท่องเที่ยวโดยชุมชนแก่ประชาชน ผู้นำชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมในการพัฒนาการท่องเที่ยวของชุมชนบนฐานทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้และการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

          ในการดำเนินกิจกรรม ได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นการเดินทางไปยังแหล่งธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ โดยคำนึงถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการเรียนรู้ระบบนิเวศ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น รวมถึงการกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่ชุมชนอย่างเป็นธรรม นอกจากนี้ยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งเน้นการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการวางแผน บริหารจัดการ และกำหนดทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนในพื้นที่อย่างทั่วถึง พร้อมทั้งรักษาอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนให้คงอยู่สืบไป

          ภายหลังการบรรยาย ได้มีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับชุมชน เพื่อสำรวจศักยภาพและต้นทุนทางสังคมของชุมชนบ้านป่าเหมี้ยงที่สามารถนำมาต่อยอดเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการท่องเที่ยวโดยชุมชน พบว่าชุมชนมีฐานการเรียนรู้ที่หลากหลายและสะท้อนอัตลักษณ์ของท้องถิ่น ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับนักท่องเที่ยวได้ ประกอบด้วย 1) ฐานการเรียนรู้การเก็บใบเหมี้ยง 2.  ฐานการเรียนรู้การหมักเหมี้ยง 3) ฐานการเรียนรู้การผลิตหมอนใบชา 4) ฐานการเรียนรู้การเพาะเห็ดหอม 5) ฐานการเรียนรู้การผลิตกาแฟ 6)ฐานการเรียนรู้เกษตรผสมผสานบนพื้นที่สูง 7) ฐานการเรียนรู้โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ 8) ฐานการเรียนรู้สืบสานและอนุรักษ์ดนตรีพื้นเมือง 9) ฐานการเรียนรู้โฮมสเตย์และวิถีชีวิตชุมชน 10) ฐานการเรียนรู้สมุนไพรและหมอเมือง

 

2. ผลการดำเนินกิจกรรมการอบรม บรรยาย และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ป่าต้นน้ำ

          คณะผู้ดำเนินโครงการได้จัดกิจกรรมอบรม บรรยาย และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ป่าต้นน้ำแก่ประชาชน ผู้นำชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคุณค่าและบทบาทของทรัพยากรธรรมชาติที่มีต่อการดำรงชีวิตของชุมชน ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างยั่งยืน ในการดำเนินกิจกรรม ได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของระบบนิเวศป่าต้นน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดน้ำที่หล่อเลี้ยงระบบนิเวศและการดำรงชีวิตของประชาชน ทั้งในด้านการอุปโภคบริโภค การเกษตร และการรักษาสมดุลทางธรรมชาติ นอกจากนี้ยังได้อธิบายถึงบทบาทของป่าไม้ในการช่วยกักเก็บน้ำ ลดการพังทลายของดิน ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์ป่านานาชนิด รวมถึงสัตว์น้ำพื้นถิ่นที่มีความสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่

          ภายในกิจกรรมมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างวิถีชีวิตของชุมชนบ้านป่าเหมี้ยงกับทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ป่าต้นน้ำ โดยชุมชนได้ร่วมสะท้อนให้เห็นถึงการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติในด้านต่าง ๆ เช่น การทำเกษตรบนพื้นที่สูง การปลูกเมี่ยง การผลิตกาแฟ การใช้ประโยชน์จากสมุนไพรท้องถิ่น ตลอดจนการใช้น้ำจากลำห้วยและแหล่งน้ำธรรมชาติในการดำรงชีวิตประจำวัน ซึ่งล้วนเป็นกิจกรรมที่มีความเชื่อมโยงกับความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าต้นน้ำ นอกจากนี้ ยังมีการร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาและปัจจัยคุกคามต่อทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การใช้ทรัพยากรที่ไม่เหมาะสม การเกิดไฟป่า และผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ที่อาจส่งผลต่อความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ พร้อมทั้งหารือแนวทางในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีส่วนร่วม โดยเน้นบทบาทของชุมชนในการเป็นผู้ดูแลรักษาทรัพยากรที่สำคัญของท้องถิ่น ผลการดำเนินกิจกรรมพบว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ป่าต้นน้ำเพิ่มมากขึ้น เกิดความตระหนักถึงคุณค่าของป่าไม้ แหล่งน้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพที่เป็นฐานทรัพยากรสำคัญของชุมชน รวมทั้งมีทัศนคติที่ดีต่อการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสมและยั่งยืน

         โดยสรุป กิจกรรมการอบรม บรรยาย และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างองค์ความรู้ ความตระหนัก และการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ป่าต้นน้ำ อันจะนำไปสู่การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน การรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และการสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรให้แก่ชุมชนบ้านป่าเหมี้ยงในระยะยาว

3. ผลการดำเนินกิจกรรมการอบรม บรรยาย และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดการจัดการขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ (Carrying Capacity) ของชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง

          คณะผู้ดำเนินโครงการได้จัดกิจกรรมอบรม บรรยาย และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดการจัดการขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ (Carrying Capacity) ให้แก่ผู้นำชุมชน ผู้ประกอบการโฮมสเตย์ ประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ และสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างเหมาะสมโดยไม่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของชุมชน ในการดำเนินกิจกรรม ได้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับหลักการของการจัดการขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการกำหนดระดับการใช้ประโยชน์จากแหล่งท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับศักยภาพของทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีอยู่ เพื่อป้องกันปัญหาความแออัด ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ และผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ภายหลังการบรรยาย ได้มีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และรวบรวมข้อมูลสถานการณ์การท่องเที่ยวของชุมชนบ้านป่าเหมี้ยงในปัจจุบัน พบว่า ชุมชนมีที่พักรูปแบบโฮมสเตย์จำนวน 23 แห่ง ซึ่งกระจายอยู่ภายในหมู่บ้านและสามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนและสัมผัสธรรมชาติได้เป็นอย่างดี โดยในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเยี่ยมเยือนเฉลี่ยประมาณ 3,000 คนต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากกระแสความนิยมในการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการท่องเที่ยวโดยชุมชน จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน พบว่าช่วงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากที่สุด คือ ระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพภูมิอากาศเหมาะสมต่อการท่องเที่ยวและเป็นฤดูกาลที่ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนมีความสวยงาม โดยเฉพาะบรรยากาศของป่าต้นน้ำ วิถีการเก็บเมี่ยง และแปลงกาแฟบนพื้นที่สูง ส่งผลให้เกิดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในช่วงเวลาดังกล่าว

          ในด้านผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ พบว่าการท่องเที่ยวสามารถสร้างรายได้เสริมให้แก่ครัวเรือนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการโฮมสเตย์ ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน และผู้ให้บริการกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยจากกิจกรรมการท่องเที่ยวประมาณ 15,000–20,000 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน ทั้งนี้ รายได้ดังกล่าวมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนและสร้างแรงจูงใจในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันวิเคราะห์ถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเกินขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ โดยเฉพาะผลกระทบต่อแหล่งน้ำ ป่าต้นน้ำ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระบบจัดการขยะ ความสงบของชุมชน และคุณภาพประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว จึงได้มีการเสนอแนวทางในการบริหารจัดการพื้นที่ เช่น การกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา การกระจายกิจกรรมท่องเที่ยวไปยังฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ การพัฒนาระบบบริหารจัดการขยะ และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการติดตามและประเมินผลกระทบจากการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ผลการดำเนินกิจกรรมพบว่า ผู้เข้าร่วมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดการจัดการขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่เพิ่มมากขึ้น สามารถตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนและบริหารจัดการการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับศักยภาพของชุมชน และเห็นแนวทางในการพัฒนาการท่องเที่ยวที่สร้างสมดุลระหว่างการสร้างรายได้ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการรักษาวิถีชีวิตของคนในชุมชน

          โดยสรุป กิจกรรมดังกล่าวช่วยเสริมสร้างองค์ความรู้และแนวทางการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง อันจะนำไปสู่การกำหนดมาตรการรองรับนักท่องเที่ยวที่เหมาะสม การรักษาคุณภาพของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนในชุมชนในระยะยาว



รายงานโดย น.ส.กัญญารัตน์ โพธิตา วันที่รายงาน 03/07/2569 [5913]
14214 30
3
[5914]

วันที่ 18-19 มิถุนายน 2569ดำเนินกิจกรรมที่ 2ถ่ายทอดและอบรมแนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรปลาพื้นถิ่น ถ่ายทอดองค์ความรู้สัตว์น้ำพื้นถิ่น และ รูปแบบการทำประมงในชุมชน

ผลการดำเนินงาน บรรยายหัวข้อ “ความสำคัญของปลาพื้นถิ่นและสถานการณ์ทรัพยากรสัตว์น้ำและการจัดการประมงแบบมีส่วนร่วมของชุมชน”  โดย ผศ.ดร.ศันสนีย์  หวังวรลักษณ์ (นักวิจัยอิสระ)

          กิจกรรมการบรรยายในหัวข้อ “ความสำคัญของปลาพื้นถิ่นและสถานการณ์ทรัพยากรสัตว์น้ำและการจัดการประมงแบบมีส่วนร่วมของชุมชน” ได้รับเกียรติจาก ศันสนีย์ หวังวรลักษณ์ นักวิจัยอิสระ อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาการจัดการประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่ประชาชน ผู้นำชุมชน กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักเกี่ยวกับคุณค่าและความสำคัญของปลาพื้นถิ่น ตลอดจนแนวทางการอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ในการบรรยาย วิทยากรได้ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของปลาพื้นถิ่นในฐานะทรัพยากรชีวภาพที่มีคุณค่าต่อระบบนิเวศแหล่งน้ำและความมั่นคงทางอาหารของชุมชน โดยปลาพื้นถิ่นมีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ เป็นแหล่งอาหารและรายได้ของประชาชน รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของภูมิปัญญา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมาในท้องถิ่น นอกจากนี้ยังได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ทรัพยากรสัตว์น้ำในปัจจุบัน ซึ่งหลายพื้นที่ประสบปัญหาการลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพ การเสื่อมโทรมของแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ที่ส่งผลต่อปริมาณและชนิดของสัตว์น้ำในธรรมชาติ วิทยากรได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดการประมงแบบมีส่วนร่วมของชุมชน ซึ่งเป็นแนวทางที่เปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีบทบาทในการวางแผน กำหนดกติกา ดูแล และติดตามการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำร่วมกัน โดยอาศัยองค์ความรู้ทางวิชาการควบคู่กับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างเหมาะสมและยั่งยืน ทั้งยังช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในการบริหารจัดการทรัพยากรของตนเอง ภายหลังการบรรยาย ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างวิทยากรและผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับสถานการณ์ทรัพยากรสัตว์น้ำในพื้นที่ ความหลากหลายของปลาพื้นถิ่นที่พบในชุมชน ปัญหาและอุปสรรคในการอนุรักษ์ รวมถึงแนวทางในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการฟื้นฟูและดูแลรักษาแหล่งน้ำธรรมชาติ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันเสนอแนวทางการอนุรักษ์ เช่น การเฝ้าระวังการทำประมงที่ไม่เหมาะสม การฟื้นฟูแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ การสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ให้แก่เยาวชน และการจัดทำฐานข้อมูลทรัพยากรสัตว์น้ำในชุมชน

          ผลการดำเนินกิจกรรมพบว่า ผู้เข้าร่วมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของปลาพื้นถิ่น สถานการณ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ และแนวทางการจัดการประมงแบบมีส่วนร่วมเพิ่มมากขึ้น เกิดความตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำในฐานะทรัพยากรสำคัญของชุมชน และเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน

          โดยสรุป กิจกรรมการบรรยายในครั้งนี้สามารถเสริมสร้างองค์ความรู้และความตระหนักด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำให้แก่ชุมชนบ้านป่าเหมี้ยงได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลรักษาและบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติ อันจะนำไปสู่การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน

สรุปผลการอบรมและฝึกปฏิบัติการ“การสำรวจชนิดปลาพื้นถิ่นและการเก็บข้อมูลเบื้องต้น ร่วมกับชุมชน” โดย อ.เรืองพันธุ์  ทรัพย์มี และ อ.สุภัทรชา ธุรกิจ

          กิจกรรมอบรมและฝึกปฏิบัติการ เรื่อง “การสำรวจชนิดปลาพื้นถิ่นและการเก็บข้อมูลเบื้องต้นร่วมกับชุมชน” ได้รับเกียรติจากอาจารย์เรืองพันธุ์ ทรัพย์มี และอาจารย์สุภัทรชา ธุระกิจ เป็นวิทยากรในการถ่ายทอดองค์ความรู้และฝึกปฏิบัติให้แก่ประชาชน ผู้นำชุมชน เยาวชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายของปลาพื้นถิ่นในพื้นที่ ตลอดจนพัฒนาศักยภาพของชุมชนในการสำรวจ รวบรวม และจัดเก็บข้อมูลทรัพยากรสัตว์น้ำเบื้องต้น เพื่อนำไปใช้ในการอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน

          ในการอบรมภาคทฤษฎี วิทยากรได้ให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของปลาพื้นถิ่นต่อระบบนิเวศแหล่งน้ำ บทบาทของสัตว์น้ำต่อความสมดุลของระบบนิเวศ และแนวทางการสำรวจและจำแนกชนิดปลาเบื้องต้น รวมถึงหลักการเก็บข้อมูลภาคสนาม เช่น การบันทึกชนิดปลา ขนาด จำนวน พิกัดแหล่งที่พบ และลักษณะสภาพแวดล้อมของแหล่งน้ำ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการติดตามสถานภาพทรัพยากรสัตว์น้ำในอนาคต

ภายหลังการบรรยาย ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ลงพื้นที่ฝึกปฏิบัติการสำรวจชนิดปลาพื้นถิ่นร่วมกับวิทยากรในแหล่งน้ำธรรมชาติของชุมชน โดยมีการสาธิตวิธีการสำรวจ การสังเกตลักษณะจำแนกชนิดปลา การบันทึกข้อมูลภาคสนาม และการจัดทำทะเบียนข้อมูลทรัพยากรสัตว์น้ำเบื้องต้นของชุมชน จากการสำรวจพบความหลากหลายของปลาพื้นถิ่นหลายชนิดที่อาศัยอยู่ในลำห้วยและแหล่งน้ำธรรมชาติของชุมชน ได้แก่ ปลาพลวงหิน ปลาน้ำหมึก ปลารากกล้วย ปลาแค้ และปลาพื้นถิ่นชนิดอื่น ๆ ที่เป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศลุ่มน้ำบนพื้นที่สูง โดยปลาที่พบส่วนใหญ่เป็นชนิดที่ต้องการแหล่งน้ำสะอาด มีออกซิเจนละลายน้ำสูง และมีสภาพแวดล้อมที่ยังคงความสมบูรณ์ตามธรรมชาติ สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของพื้นที่ป่าต้นน้ำและระบบนิเวศแหล่งน้ำของชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรสัตว์น้ำในอดีตและปัจจุบัน ปัจจัยที่ส่งผลต่อการลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพ และแนวทางการอนุรักษ์ปลาพื้นถิ่นในพื้นที่ เช่น การดูแลรักษาคุณภาพน้ำ การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ การลดกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ และการสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างต่อเนื่อง

          ผลการดำเนินกิจกรรมพบว่า ผู้เข้าร่วมมีความรู้และทักษะด้านการสำรวจชนิดปลาพื้นถิ่นและการเก็บข้อมูลภาคสนามเพิ่มมากขึ้น สามารถจำแนกชนิดปลาพื้นถิ่นที่พบในพื้นที่ได้เบื้องต้น และเข้าใจขั้นตอนการจัดเก็บข้อมูลทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังเกิดความตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์แหล่งน้ำและทรัพยากรสัตว์น้ำในฐานะทรัพยากรสำคัญของชุมชน

          โดยสรุป กิจกรรมอบรมและฝึกปฏิบัติการในครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนในการสำรวจและจัดเก็บข้อมูลทรัพยากรสัตว์น้ำพื้นถิ่น ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาฐานข้อมูลทรัพยากรสัตว์น้ำของชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการวางแผนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาฐานการเรียนรู้ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของชุมชนได้อย่างยั่งยืนต่อไป



รายงานโดย น.ส.กัญญารัตน์ โพธิตา วันที่รายงาน 03/07/2569 [5914]
37400 25
3
[5915]

วันที่ 26-27 พฤษภาคม 2568ดำเนินกิจกรรมที่ 3 การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารส่งเสริมสุขภาพจากใบเหมี้ยง

1. การดำเนินการกิจกรรม

          คณะผู้วิจัยได้ลงพื้นที่เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการพัฒนาสูตรอาหารจากใบเหมี้ยงเมื่อวันที่27 เมษายน 2569พบว่า อาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนคือ “ยำใบเหมี้ยง” นอกจากนี้ ทางชุมชนนิยมบริโภคเป็นอาหารประเภทน้ำพริก อีกทั้งยังใช้สำหรับจัดสำรับสำหรับลูกค้าในกุกลุ่มบ้านพักโฮมสเตย์ ประกอบกับในชุมชนมีผู้ประกอบการที่มีการแปรรูปใบชาอบแห้งในระยะต่างๆ ได้แก่ ยอดใบชาสำหรับชงดื่ม และใบชาขนาดกลาง และใบแก่สำหรับนำไปทำเป็นหมอนใบชา หลังจากการพูดคุยในประเด็นการนำใบชามาเป็นส่วนผสมอาหารเพื่อสุขภาพ ได้ข้อสรุปร่วมกันโดยการนำใบเหมี้ยงอบแห้งมาเป็นส่วนผสมในน้ำพริก แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากใบชาอบแห้งมีส่วนผสมของคาเฟอีนอยู่ หากบริโภคในปริมาณที่มากเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ ผู้วิจัยจึงได้นำแนวคิดผลิตภัณฑ์ไปดำเนินการพัฒนาสูตรที่เหมาะสมสำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีต่อไป

2. ขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำพริกกุ้งใบเหมี้ยง (ศึกษาปริมาณใบเหมี้ยง (1%, 2%, 3%) ในสูตรน้ำพริก) โดยการจ้างเหมาช่วยเตรียมวัตถุดิบและพัฒนาสูตร

1. การเตรียมวัตถุดิบ

  • กุ้งแห้งตัวเล็ก(แคลเซียมสูง)
  • หอมแดงซอยประมาณ 2 ขีด
  • กระเทียมไทยโขลกประมาณ 1 ขีด
  • ถั่วเน่าโขลกหรือปั่นละเอียด ประมาณ 3 แผ่นขึ้นไป
  • กุ้งแห้งเนื้อล้วนประมาณ 1 ขีดครึ่ง
  • ถั่วลิสงคั่ว
  • เครื่องปรุงรส:พริกป่น, เกลือ, ผงชูรส (หรือน้ำตาลทรายตามชอบ)

2. ขั้นตอนการเตรียมเครื่องน้ำพริก (การทอดและโขลก)

  1. ใบเหมี้ยงอบแห้ง: เตรียมใบเหมี้ยงสำหรับทำแห้งด้วยตู้อบลมร้อน
  2. ทอดปลาแห้ง:ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอประมาณ ใช้ไฟกลางค่อนอ่อน นำปลาแห้งลงไปทอดและต้องคนตลอดเวลา ทอดพอเหลืองกรอบแล้วตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน (ระวังอย่าให้สีเข้มเกินไปเพราะจะขม)
  3. ทอดกุ้งแห้ง:นำกุ้งแห้งลงทอดต่อในน้ำมันเดิม ทอดให้สุกเหลืองและกรอบดี เพื่อให้ปั่นหรือโขลกได้ง่าย จากนั้นตักขึ้นพักไว้
  4. เจียวกระเทียม:นำกระเทียมไทยที่โขลกไว้ลงไปเจียวให้เหลืองกรอบพอดี แล้วตักขึ้นพักไว้
  5. เจียวหอมแดง:นำหอมแดงซอยลงไปเจียวต่อจนเหลืองกรอบ แล้วตักขึ้นพักไว้
  6. โขลกกุ้งแห้งและถั่วลิสง:นำกุ้งแห้งทอดมาโขลกพอหยาบ นำถั่วลิสงคั่วมาโขลกหยาบ

3. ขั้นตอนการคั่วผสมน้ำพริก

  1. ผสมวัตถุดิบในกระทะ:ใช้กระทะใบเดิม (เปิดไฟอ่อนมาก) ใส่กุ้งแห้งโขลกหยาบ, ถั่วเน่าโขลกละเอียด, ถั่วลิสงโขลกหยาบ, หอมเจียว, กระเทียมเจียว และกุ้งแห้งทอด ลงไป
  2. ผสมใบเหมี้ยงอบแห้งในอัตราส่วน 1% 2%และ 3% ของน้ำหนักน้ำพริก
  3. คั่วให้เข้ากัน:คลุกเคล้าและคั่วส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดีโดยใช้ไฟอ่อน
  4. ปรุงรสชาติ:ปรุงรสด้วยเกลือ, ผงชูรส (หรือน้ำตาลทราย) และพริกป่น จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากันอีกครั้งและชิมรสชาติตามต้องการ
  5. ทดสอบประเมินรสชาติที่เหมาะสมโดยกลุ่มผู้ประกอบการ

ขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำพริกเห็ดหอมใบเหมี้ยง (ศึกษาปริมาณใบเหมี้ยง (1%, 2%, 3%)

ในสูตรน้ำพริก)

1. การเตรียมวัตถุดิบ

  • พริกแดงจินดา1 กิโลกรัม
  • พริกแดงอินเดีย1 กิโลกรัม
  • หอมแดง0.5 กิโลกรัม
  • กระเทียมจีน0.5 กิโลกรัม
  • เห็ดหอม0.5 กิโลกรัม
  • กะปิ0.2 กิโลกรัม
  • น้ำมะขามเปียก0.5 กิโลกรัม
  • น้ำตาลทราย0.3 กิโลกรัม
  • น้ำมันพืช0.5 กิโลกรัม
  • เกลือ(สำหรับใส่ตอนคั่วพริก)

2. ขั้นตอนการเตรียมเครื่องน้ำพริก (คั่วและบด)

  1. คั่วพริกแดงจินดา:นำพริกแดงจินดาลงไปคั่วในกระทะโดยใช้ไฟปานกลาง และต้องคนตลอดเวลาเพื่อไม่ให้พริกไหม้ เทคนิคสำคัญคือให้ใส่เกลือลงไปด้วยประมาณ 1 กำมือ เพื่อช่วยลดความฉุนของพริกเมื่อคั่วเสร็จแล้วตักแยกพักไว้
  2. คั่วพริกแดงอินเดีย:นำพริกแดงอินเดียมาคั่วในลักษณะเดียวกัน โดยใส่เกลือลงไป 1 กำมือเพื่อลดความฉุนเช่นกัน เสร็จแล้วตักแยกพักไว้
  3. คั่วหอมและกระเทียม:นำหอมแดงและกระเทียมจีนไปคั่วให้สุกหอม
  4. นำไปบดแยกชิ้นส่วน:นำวัตถุดิบที่คั่วเสร็จแล้วทั้งหมด ได้แก่ พริกแดงจินดา, พริกแดงอินเดีย, หอมแดง และกระเทียม แยกกันนำไปเข้าเครื่องบดให้ละเอียดเตรียมไว้
  5. ใบเหมี้ยงอบแห้ง: เตรียมใบเหมี้ยงสำหรับทำแห้งด้วยตู้อบลมร้อน

3. ขั้นตอนการผัดน้ำพริกเผา

  1. ผัดเห็ดหอม:ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชลงไป นำเห็ดหอมลงไปผัดจนส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล
  2. ใส่กะปิ:ใส่กะปิตามลงไปผัดคลุกเคล้ากับเห็ดหอมในกระทะ ผัดไปเรื่อยๆ จนกะปิละลายและส่งกลิ่นหอมยิ่งขึ้น
  3. ใส่หอมและกระเทียมบด:ใส่หอมแดงบดและกระเทียมบดที่เตรียมไว้ลงไปผัด (ขั้นตอนนี้ยังไม่ใส่พริก เนื่องจากพริกคั่วสุกอยู่แล้ว)
  4. ผสมใบเหมี้ยงอบแห้งในอัตราส่วน 1% 2%และ 3% ของน้ำหนักน้ำพริก
  5. ปรุงรสชาติ:ใส่น้ำมะขามเปียกและน้ำตาลทรายลงไป ผัดคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันอย่างต่อเนื่อง ห้ามหยุดมือ

ใส่พริกและเคี่ยวต่อ:ใส่พริกแดงจินดาบดและพริกแดงอินเดียบดตามลงไป จากนั้นหรี่ไฟลงเป็นไฟอ่อน (เรียกว่าการใช้ไฟเลี้ยง) แล้วผัดเคี่ยวต่อไปเรื่อย ๆ อีกประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อให้ส่วนผสมงวด เนื้อเนียน และได้สีสันที่แดงเข้มสวยงาม



รายงานโดย น.ส.กัญญารัตน์ โพธิตา วันที่รายงาน 03/07/2569 [5915]
27347 20
3
[5916]

วันที่ 18-19 มิถุนายน 2569 ดำเนินกิจกรรมที่ 4 การเก็บข้อมูลความต้องการทางเทคโนโลยีสารสนเทศของชุมชนและนักท่องเที่ยวสำหรับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อใช้ในการพัฒนาและออกแบบแพลตฟอร์มของชุมชนป่าเหมี้ยง

ผลการดำเนินงาน

          กิจกรรมการอบรม เรื่อง “แนวทางการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” ได้รับเกียรติจาก วชิระ หล่อประดิษฐ์ เป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ประชาชน ผู้นำชุมชน เยาวชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการข้อมูลด้านการท่องเที่ยว การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาศักยภาพของชุมชนสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในการอบรม วิทยากรได้ให้ความรู้เกี่ยวกับบทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศในการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน ทั้งด้านการรวบรวมข้อมูล การจัดทำฐานข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว การประชาสัมพันธ์ข้อมูลผ่านสื่อดิจิทัล และการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการวางแผนการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นให้ผู้เข้าร่วมเห็นถึงความสำคัญของข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันในการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวของชุมชน

          ภาคปฏิบัติ วิทยากรได้ฝึกอบรมการใช้งานระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก (Global Positioning System: GPS) เพื่อการสำรวจและเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ภายในชุมชน ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้หลักการทำงานของระบบ GPS วิธีการใช้อุปกรณ์หรือแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือในการบันทึกพิกัดตำแหน่ง ตลอดจนการจัดเก็บข้อมูลสถานที่สำคัญภายในชุมชน เช่น แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ฐานการเรียนรู้ จุดชมวิว เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ แหล่งน้ำ และจุดบริการนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้ฝึกปฏิบัติการสำรวจพื้นที่จริงและบันทึกค่าพิกัดของสถานที่สำคัญในชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง เพื่อนำข้อมูลมาจัดทำแผนที่ชุมชนในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการการท่องเที่ยว การวางแผนเส้นทางการท่องเที่ยว และการสื่อสารข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากการดำเนินกิจกรรม ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันจัดทำข้อมูลแผนที่เบื้องต้นของชุมชน โดยเชื่อมโยงข้อมูลพิกัดกับแหล่งเรียนรู้และทรัพยากรสำคัญของพื้นที่ เช่น ฐานการเรียนรู้การเก็บใบเหมี้ยง การผลิตกาแฟ โฮมสเตย์ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ พื้นที่ป่าต้นน้ำ และแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในอนาคต

          ผลการดำเนินกิจกรรมพบว่า ผู้เข้าร่วมมีความรู้และทักษะในการใช้เทคโนโลยี GPS และการเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่เพิ่มมากขึ้น สามารถบันทึกพิกัดตำแหน่งและจัดเก็บข้อมูลสถานที่สำคัญของชุมชนได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งเข้าใจแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการจัดการการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยสรุป กิจกรรมการอบรมในครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนบ้านป่าเหมี้ยงในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม ทำให้ชุมชนสามารถพัฒนาฐานข้อมูลเชิงพื้นที่และแผนที่ชุมชนที่เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการท่องเที่ยว การประชาสัมพันธ์แหล่งเรียนรู้ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อันจะนำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป

         



รายงานโดย น.ส.กัญญารัตน์ โพธิตา วันที่รายงาน 03/07/2569 [5916]
30797 25
3
[5917]

วันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2569 1 มิถุนายน 2569 ดำเนินกิจกรรมที่ 5 การสำรวจความความพร้อม คู่มือการตลาด ทรัพยากรบุคคล และพัฒนาคู่มือทางการตลาดเพื่อนำไปใช้ในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ของชุมชนบ้านป่า

รวบรวมข้อมูลจากการศึกษาบริบทของชุมชน การสัมภาษณ์ผู้นำชุมชน ผู้ประกอบการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้านการตลาดและศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยว เพื่อนำมาพัฒนาเป็นแนวทางการดำเนินงานที่สามารถนำไปใช้ได้จริง

เนื้อหาภายในคู่มือประกอบด้วย

  1. ข้อมูลพื้นฐานและอัตลักษณ์ของชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง
  2. แนวคิดการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  3. การวิเคราะห์ศักยภาพทางการตลาดและกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมาย
  4. แนวปฏิบัติด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการท่องเที่ยว
  5. ตัวอย่างกิจกรรมและโปรแกรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

ผลการดำเนินงาน

คณะผู้วิจัยได้ดำเนินการจัดทำ คู่มือการตลาดและการพัฒนาทรัพยากรบุคคลเพื่อการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง โดยผลที่ได้รับ

  1. ได้คู่มือการตลาดการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ จำนวน1 ฉบับ ที่มีเนื้อหาครอบคลุมด้านการตลาด การประชาสัมพันธ์ การบริการนักท่องเที่ยว และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
  2. ชุมชนมีแนวทางในการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวผ่านสื่อดิจิทัลและช่องทางการตลาดที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย
  3. คนในชุมชนสามารถใช้คู่มือเป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพด้านการบริการ การสื่อสาร และการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นระบบ
  4. คู่มือสามารถใช้เป็นเอกสารประกอบการถ่ายทอดองค์ความรู้ การฝึกอบรม และการขยายผลสู่ชุมชนหรือพื้นที่อื่นที่มีบริบทใกล้เคียง
  5. ส่งเสริมการสร้างภาพลักษณ์ของชุมชนบ้านป่าเหมี้ยงในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันนำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน


รายงานโดย น.ส.กัญญารัตน์ โพธิตา วันที่รายงาน 03/07/2569 [5917]
30797 20