2569 การพัฒนานวัตกรรมอาหารประจำถิ่น "ปลาหมำ" สู่การท่องเที่ยวเชิงอาหารสุขภาพอย่างสร้างสรรค์ของวิสาหกิจชุมชนปลาหมำป้าพร จังหวัดสุพรรณบุรี (ปีที่2) 0
ผล
ผล
ผล
รายงานความก้าวหน้า
| ไตรมาส | ผลการดำเนินงาน | งบประมาณที่ใช้ | ผู้รับบริการ |
|---|---|---|---|
| 4 [22511] |
กิจกรรมที่ 3 การสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อส่งเสริมการขาย เช่น Facebook, Line OA, Shopee , Lazadaมุ่งเน้นพัฒนาช่องทางการประชาสัมพันธ์และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนปลาหมำป้าพรผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั้งภายในและภายนอกพื้นที่ ตลอดจนเสริมสร้างความรู้และทักษะให้สมาชิกสามารถบริหารจัดการช่องทางประชาสัมพันธ์และจำหน่ายสินค้าออนไลน์ได้อย่างเป็นระบบ โดยมีสมาชิกวิสาหกิจชุมชนปลาหมำป้าพรเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 10 คน ทั้งนี้ มีรายละเอียดการดำเนินงานดังต่อไปนี้ 1. การสำรวจความพร้อมและกำหนดแพลตฟอร์มที่เหมาะสม คณะผู้วิจัยร่วมกับสมาชิกวิสาหกิจชุมชนปลาหมำป้าพรสำรวจความพร้อมด้านอุปกรณ์ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทักษะการใช้งาน และบุคลากรที่จะรับผิดชอบดูแลช่องทางออนไลน์ พร้อมทั้งวิเคราะห์ลักษณะของกลุ่มลูกค้าและรูปแบบการจำหน่ายสินค้า เพื่อกำหนดแพลตฟอร์มที่เหมาะสม ได้แก่ Facebook, LINE Official Account (LINE OA)และShopee 2. การจัดเตรียมข้อมูลสำหรับสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์คณะผู้วิจัยและสมาชิกวิสาหกิจชุมชนร่วมกันรวบรวม ตรวจสอบ และจัดเตรียมข้อมูลที่จำเป็นสำหรับใช้ประชาสัมพันธ์และจำหน่ายสินค้า ประกอบด้วย
ข้อมูลดังกล่าวได้รับการเรียบเรียงให้อ่านเข้าใจง่ายและเหมาะสมกับลักษณะการนำเสนอของแต่ละแพลตฟอร์ม 3. การถ่ายภาพและจัดทำวิดีโอประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์คณะผู้วิจัยได้ประสานผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านการถ่ายภาพและผลิตสื่อวิดีโอเข้ามาดำเนินการถ่ายภาพนิ่งและบันทึกวิดีโอผลิตภัณฑ์ปลาหมำ เพื่อจัดทำสื่อสำหรับประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้งนี้การดำเนินงานครอบคลุมการจัดเตรียมผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การจัดวางองค์ประกอบและฉาก การถ่ายภาพผลิตภัณฑ์ในมุมต่าง ๆ ตลอดจนการบันทึกวิดีโอแนะนำผลิตภัณฑ์ จุดเด่นของวัตถุดิ กระบวนการผลิต วิธีนำผลิตภัณฑ์ไปประกอบอาหาร เรื่องราวและภูมิปัญญาของชุมชน รวมถึงอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ปลาหมำ โดยภายหลังการถ่ายทำ ได้ดำเนินการคัดเลือกและปรับแต่งภาพ ตัดต่อวิดีโอ และจัดเตรียมสื่อให้มีขนาดและรูปแบบเหมาะสมกับการเผยแพร่ผ่าน Facebook, LINE OA และShopee เพื่อสร้างความน่าสนใจ เพิ่มความน่าเชื่อถือ และช่วยให้ลูกค้าเข้าใจรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 4. การจัดทำเนื้อหาเพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์สมาชิกวิสาหกิจชุมชนร่วมกับคณะผู้วิจัยจัดทำเนื้อหาสำหรับเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยนำภาพถ่ายและวิดีโอที่จัดทำขึ้นมาประกอบกับข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ปลาหมำ ภูมิปัญญาการผลิต จุดเด่นของวัตถุดิบ วิธีประกอบอาหาร กิจกรรมของชุมชน และความคิดเห็นของผู้บริโภค เนื้อหาได้รับการออกแบบให้กระชับ เข้าใจง่าย และเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อสร้างการรับรู้ ถ่ายทอดคุณค่าของผลิตภัณฑ์ สร้างความน่าเชื่อถือ และกระตุ้นความสนใจในการสั่งซื้อสินค้า 5. การสร้างและตั้งค่าช่องทาง Facebookดำเนินการสร้างและปรับปรุงเพจ Facebook ของวิสาหกิจชุมชน โดยกำหนดชื่อเพจ ภาพประจำเพจ ภาพหน้าปก ข้อมูลแนะนำวิสาหกิจชุมชน ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และช่องทางการติดต่อ พร้อมทั้งจัดหมวดหมู่เนื้อหาและกำหนดปุ่มสำหรับติดต่อหรือสั่งซื้อสินค้า นอกจากนี้ ยังได้นำภาพถ่ายและวิดีโอผลิตภัณฑ์มาใช้จัดทำโพสต์ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ Facebook เป็นช่องทางสร้างการรับรู้ นำเสนอเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ และสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง 6. การสร้างและตั้งค่า LINE Official Accountดำเนินการสร้างและตั้งค่า LINE OA เพื่อใช้เป็นช่องทางติดต่อ รับคำสั่งซื้อ และให้บริการลูกค้า โดยจัดทำข้อความต้อนรับ ข้อความตอบกลับอัตโนมัติ ข้อมูลผลิตภัณฑ์ ช่องทางการชำระเงิน และข้อมูลการจัดส่ง รวมถึงออกแบบเมนูพื้นฐานเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญ ติดต่อสอบถาม และสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ได้อย่างสะดวก 7. การสร้างหน้าร้านบน Shopeeดำเนินการจัดเตรียมและตั้งค่าหน้าร้านค้าออนไลน์บน Shopee โดยกำหนดข้อมูลร้านค้า จัดทำรายละเอียดผลิตภัณฑ์ อัปโหลดภาพสินค้า ระบุราคา จำนวนสินค้า วิธีการชำระเงิน และเงื่อนไขการจัดส่ง ตลอดจนจัดหมวดหมู่สินค้าให้เหมาะสม การจัดทำหน้าร้านออนไลน์ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้านอกพื้นที่ อำนวยความสะดวกในการค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบสินค้า และดำเนินการสั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์ 8. การเชื่อมโยงช่องทางประชาสัมพันธ์และจำหน่ายสินค้าดำเนินการเชื่อมโยงช่องทาง Facebook, LINE OA และ Shopee เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูล ติดต่อสอบถาม และสั่งซื้อสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง เช่น การเชื่อมปุ่มติดต่อจาก Facebook ไปยัง LINE OA และการแนบช่องทางเข้าสู่หน้าร้านค้าออนไลน์ไว้ในโพสต์ประชาสัมพันธ์ การเชื่อมโยงดังกล่าวช่วยให้แต่ละแพลตฟอร์มสนับสนุนการทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ การให้ข้อมูล การตอบคำถาม ไปจนถึงการสั่งซื้อสินค้า 9. การกำหนดระบบรับคำสั่งซื้อและจัดส่งสินค้าสมาชิกวิสาหกิจชุมชนร่วมกันกำหนดขั้นตอนการดำเนินงาน ตั้งแต่การรับคำสั่งซื้อ การยืนยันรายการสินค้า การตรวจสอบการชำระเงิน การเตรียมและบรรจุสินค้า การจัดส่ง ตลอดจนการแจ้งและติดตามสถานะสินค้า เพื่อให้การให้บริการลูกค้ามีความถูกต้อง รวดเร็ว และสามารถตรวจสอบได้ 10. การกำหนดบทบาทและผู้รับผิดชอบแพลตฟอร์มสมาชิกวิสาหกิจชุมชนร่วมกันกำหนดบทบาทและผู้รับผิดชอบในแต่ละด้าน ได้แก่ การดูแลข้อมูลร้านค้า การจัดทำและเผยแพร่เนื้อหา การตอบคำถามลูกค้า การรับคำสั่งซื้อ การตรวจสอบการชำระเงิน การจัดเตรียมสินค้า การจัดส่ง และการบันทึกข้อมูลการจำหน่าย เพื่อให้การบริหารจัดการแพลตฟอร์มมีความชัดเจนและสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง 11. การทดลองใช้งานและปรับปรุงระบบดำเนินการทดสอบการใช้งานแพลตฟอร์มในส่วนต่าง ๆ เช่น การเข้าถึงข้อมูลและภาพสินค้า การรับชมวิดีโอ การส่งข้อความสอบถาม การรับคำสั่งซื้อ การแจ้งชำระเงิน และการประสานงานจัดส่ง คณะผู้วิจัยและสมาชิกวิสาหกิจชุมชนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ความสะดวกในการใช้งาน และความเชื่อมโยงระหว่างแพลตฟอร์ม พร้อมปรับปรุงข้อบกพร่องก่อนนำช่องทางออนไลน์ไปใช้งานในการประชาสัมพันธ์และจำหน่ายผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง
ผลที่เกิดขึ้นจากกิจกรรม
รายงานโดย นางสาวชนาพร วัยทรง วันที่รายงาน 25/08/2569 [22511] |
15000 | 10 |
| 4 [22510] |
กิจกรรมที่ 2 การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการชุมชนด้านการตลาดออนไลน์ การออกแบบโมเดลธุรกิจ และการบริหารจัดการธุรกิจอย่างยั่งยืน ณ ศูนย์เรียนรู้บ้านแม่ประจักษ์ หัตถกรรมเปลญวน–ปลาหมำ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ภายใต้โครงการวิจัยเรื่อง “การพัฒนานวัตกรรมอาหารประจำถิ่น ‘ปลาหมำ’ สู่การท่องเที่ยวเชิงอาหารสุขภาพอย่างสร้างสรรค์ของวิสาหกิจชุมชนปลาหมำป้าพร จังหวัดสุพรรณบุรี (ปีที่ 2)” กิจกรรมจัดขึ้นในรูปแบบการบรรยาย การอบรมเชิงปฏิบัติการ การระดมความคิดเห็น และการฝึกจัดทำแผนธุรกิจ โดยมุ่งพัฒนาความรู้และทักษะของสมาชิกวิสาหกิจชุมชนให้สามารถวิเคราะห์โอกาสทางธุรกิจ ออกแบบโมเดลธุรกิจ วางแผนการตลาดออนไลน์ และบริหารจัดการธุรกิจชุมชนได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 20 คน โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. การเสริมสร้างแนวคิดการเป็นผู้ประกอบการชุมชน วิทยากรถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับบทบาทและคุณลักษณะของผู้ประกอบการชุมชน การปรับตัวของธุรกิจให้สอดคล้องกับสภาพตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ตลอดจนแนวทางการนำ อัตลักษณ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทรัพยากรของชุมชนมาใช้สร้างคุณค่าและความแตกต่างให้แก่ผลิตภัณฑ์ปลาหมำ นอกจากนี้ สมาชิกวิสาหกิจชุมชนปลาหมำป้าพรได้ร่วมกันทบทวนสถานการณ์การดำเนินธุรกิจ วิเคราะห์จุดแข็ง ข้อจำกัด และโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินงานของกลุ่ม เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันและกำหนดแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและศักยภาพของชุมชน 2. การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายวิทยากรจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการให้สมาชิกวิสาหกิจชุมชนปลาหมำป้าพรจำแนกและวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าที่มีแนวโน้มสนใจผลิตภัณฑ์ปลาหมำ ได้แก่ ผู้บริโภคอาหารประจำถิ่น ผู้สนใจอาหารสุขภาพ นักท่องเที่ยว กลุ่มครอบครัว กลุ่มวัยทำงาน ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของฝาก และผู้บริโภคที่สั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ สมาชิกได้ฝึกวิเคราะห์ลักษณะของลูกค้าแต่ละกลุ่มในด้านความต้องการ พฤติกรรมการซื้อ กำลังซื้อ ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจ ช่องทางการรับข้อมูลข่าวสาร และปัญหาหรือความต้องการที่ผลิตภัณฑ์สามารถตอบสนองได้ จากนั้นนำผลการวิเคราะห์มาใช้กำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักและกลุ่มลูกค้าเป้าหมายรอง เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การกำหนดราคา การเลือกช่องทางจำหน่าย และการวางแนวทางสื่อสารการตลาดให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม 3. การวิเคราะห์คุณค่าและจุดเด่นของผลิตภัณฑ์สมาชิกวิสาหกิจชุมชนปลาหมำป้าพรได้ร่วมกันวิเคราะห์คุณค่าและจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ปลาหมำ ทั้งด้านรสชาติ วัตถุดิบ กระบวนการผลิต ภูมิปัญญาการถนอมอาหาร เรื่องราวและอัตลักษณ์ของชุมชน ความสะดวกในการนำไปประกอบอาหาร ตลอดจนความเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงอาหารสุขภาพ จากนั้น สมาชิกได้ร่วมกันกำหนดคุณค่าหลักของผลิตภัณฑ์ จุดขาย และข้อความสำคัญสำหรับใช้สื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ให้มีความชัดเจน แสดงให้เห็นความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกัน และสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ปลาหมำให้เข้าใจง่ายและน่าสนใจ ทั้งในการจำหน่ายโดยตรงและการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ 4. การวิเคราะห์โอกาสและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจสมาชิกวิสาหกิจชุมชนปลาหมำป้าพรร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ทางธุรกิจ ทั้งด้านแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภค สภาพการแข่งขัน ช่องทางจำหน่าย ความพร้อมของวัตถุดิบ ศักยภาพของสมาชิก และเครือข่ายที่สามารถสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ สมาชิกได้ร่วมกันวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของวิสาหกิจชุมชน เพื่อนำผลการวิเคราะห์ไปใช้กำหนดแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด การผลิต และการบริหารจัดการให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ 5. การวางแผนการตลาดออนไลน์วิทยากรให้ความรู้แก่สมาชิกวิสาหกิจชุมชนปลาหมำป้าพรเกี่ยวกับหลักการวางแผนการตลาดผ่านสื่อออนไลน์ โดยเน้นการกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย วัตถุประสงค์ในการสื่อสาร ประเภทของเนื้อหา การเล่าเรื่องผลิตภัณฑ์ และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเผยแพร่ข้อมูล สมาชิกได้ร่วมกันกำหนดแนวทางนำเสนอผลิตภัณฑ์ปลาหมำผ่านสื่อออนไลน์ เช่น ความเป็นมาของผลิตภัณฑ์ วัตถุดิบ กระบวนการผลิต วิธีรับประทาน เมนูอาหาร กิจกรรมของชุมชน และความคิดเห็นของผู้บริโภค เพื่อเตรียมนำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาช่องทางออนไลน์ในขั้นตอนต่อไป กิจกรรมส่วนนี้มุ่งเน้นการวางแผนและกำหนดกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ โดยยังไม่รวมการสร้างบัญชีร้านค้า การตั้งค่าระบบ หรือการเปิดใช้งานแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าออนไลน์ ซึ่งจะดำเนินการแยกต่างหากในกิจกรรมการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ 6. การออกแบบโมเดลธุรกิจด้วย Business Model Canvasวิทยากรถ่ายทอดความรู้และให้สมาชิกวิสาหกิจชุมชนปลาหมำป้าพรฝึกจัดทำ Business Model Canvas โดยวิเคราะห์องค์ประกอบสำคัญ 9 ด้าน ได้แก่ กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คุณค่าที่ส่งมอบให้แก่ลูกค้า ช่องทางการเข้าถึงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ รูปแบบความสัมพันธ์กับลูกค้า แหล่งรายได้ ทรัพยากรหลัก กิจกรรมหลัก พันธมิตรและเครือข่าย และโครงสร้างต้นทุน สมาชิกนำข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ปลาหมำ ลูกค้า ตลาด กระบวนการผลิต และทรัพยากรของวิสาหกิจชุมชนมาร่วมกันจัดทำร่างโมเดลธุรกิจ เพื่อแสดงภาพรวมและความเชื่อมโยงระหว่างการผลิต การตลาด การจำหน่าย และการสร้างรายได้ 7. การบริหารต้นทุนและกำหนดราคาจำหน่ายสมาชิกวิสาหกิจชุมชนปลาหมำป้าพรได้รับความรู้เกี่ยวกับการจำแนกต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนแรงงาน ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าใช้จ่ายในการผลิต ค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการจัดส่ง รวมถึงต้นทุนแฝงที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ จากนั้น สมาชิกได้ฝึกคำนวณต้นทุนต่อหน่วย กำหนดราคาจำหน่ายและส่วนต่างกำไร ตลอดจนพิจารณาราคาให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าและช่องทางจำหน่าย เพื่อให้ราคาสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง สามารถแข่งขันในตลาด และสร้างผลตอบแทนแก่สมาชิกได้อย่างเหมาะสม 8. การวางแผนรายได้ของธุรกิจชุมชนสมาชิกวิสาหกิจชุมชนปลาหมำป้าพรร่วมกันวิเคราะห์แหล่งรายได้ที่เป็นไปได้ เช่น การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปลาหมำ ผลิตภัณฑ์แปรรูป ชุดของฝาก การจำหน่ายผ่านตัวแทน การรับคำสั่งซื้อ และการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์กับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร สมาชิกได้ฝึกประมาณการยอดขาย รายรับ ต้นทุน และผลตอบแทนเบื้องต้น เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการวางแผนการผลิต การจัดสรรทรัพยากร และการตัดสินใจทางธุรกิจอย่างเหมาะสม 9. การวางแผนการผลิตและจัดการสินค้าสมาชิกวิสาหกิจชุมชนปลาหมำป้าพรร่วมกันวางแผนปริมาณการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและกำลังการผลิตของชุมชน โดยพิจารณาความพร้อมของวัตถุดิบ ระยะเวลาในการผลิต อายุการเก็บรักษา บรรจุภัณฑ์ และการควบคุมคุณภาพ นอกจากนี้ สมาชิกยังได้เรียนรู้แนวทางการตรวจสอบสินค้าคงเหลือ การรับคำสั่งซื้อ การเตรียมสินค้า การบรรจุ การจัดส่ง และการติดตามสถานะสินค้า เพื่อลดปัญหาสินค้าขาด สินค้าเหลือ หรือการผลิตเกินความต้องการของตลาด 10. การบันทึกรายรับ–รายจ่ายและข้อมูลทางธุรกิจวิทยากรให้ความรู้แก่สมาชิกวิสาหกิจชุมชนปลาหมำป้าพรเกี่ยวกับความสำคัญของการบันทึกข้อมูลทางการเงิน พร้อมแนะนำรายการที่ควรบันทึก ได้แก่ รายรับจากการจำหน่าย ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าเดินทาง ค่าจัดส่ง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ สมาชิกได้ฝึกจำแนกและจัดหมวดหมู่รายรับ–รายจ่าย เพื่อให้วิสาหกิจชุมชนสามารถตรวจสอบสถานะทางการเงิน คำนวณต้นทุนและกำไร รวมถึงนำข้อมูลไปใช้วางแผนและประเมินผลการดำเนินธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ
11. การกำหนดบทบาทและหน้าที่ของสมาชิกสมาชิกวิสาหกิจชุมชนปลาหมำป้าพรร่วมกันกำหนดบทบาทหน้าที่ที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ ฝ่ายจัดหาวัตถุดิบ ฝ่ายผลิต ฝ่ายควบคุมคุณภาพ ฝ่ายบรรจุภัณฑ์ ฝ่ายการตลาด ฝ่ายรับคำสั่งซื้อ ฝ่ายจัดส่ง และฝ่ายบัญชี การแบ่งบทบาทดังกล่าวช่วยลดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน ทำให้ความรับผิดชอบของสมาชิกแต่ละฝ่ายมีความชัดเจน และส่งเสริมให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการธุรกิจตามความรู้ ความสามารถ และความถนัดของตนเอง 12. การนำเสนอและปรับปรุงโมเดลธุรกิจสมาชิกวิสาหกิจชุมชนปลาหมำป้าพรนำเสนอร่างโมเดลธุรกิจและแนวทางการบริหารจัดการธุรกิจ พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับวิทยากรและคณะผู้วิจัย สมาชิกได้นำข้อเสนอแนะมาร่วมกันปรับปรุงการกำหนดกลุ่มลูกค้า คุณค่าของผลิตภัณฑ์ ช่องทางจำหน่าย โครงสร้างต้นทุน แหล่งรายได้ การวางแผนการผลิต และการแบ่งบทบาทหน้าที่ เพื่อให้โมเดลธุรกิจมีความเหมาะสมกับศักยภาพ ทรัพยากร และบริบทการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนมากยิ่งขึ้น
ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจกรรม
รายงานโดย นางสาวชนาพร วัยทรง วันที่รายงาน 25/08/2569 [22510] |
39000 | 20 |
| 4 [22509] |
กิจกรรมที่ 1 ออกแบบต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงอาหารสุขภาพและพัฒนาโปรแกรมการท่องเที่ยวชุมชนจากผลิตภัณฑ์ปลาหมำ ณ ศูนย์เรียนรู้บ้านแม่ประจักษ์ หัตถกรรมเปลญวน–ปลาหมำ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 20 คน ประกอบด้วย สมาชิกวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการในพื้นที่ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยจัดกิจกรรมในรูปแบบการอบรมเชิงปฏิบัติการและกระบวนการมีส่วนร่วม มีรายละเอียดดังนี้ 1.ศึกษาและรวบรวมข้อมูลบริบทของชุมชน ประวัติความเป็นมา วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น กระบวนการผลิตปลาหมำ ทรัพยากรด้านอาหาร หัตถกรรม และสถานที่สำคัญที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการท่องเที่ยว 2.แบ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 20 คน ออกเป็นกลุ่มย่อย 2 กลุ่ม เพื่อระดมความคิดเห็นและเปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการค้นหาอัตลักษณ์ จุดเด่น และคุณค่าของผลิตภัณฑ์ปลาหมำ ทั้งด้านวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ภูมิปัญญาการถนอมอาหาร เรื่องราวของผลิตภัณฑ์ และความเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของชุมชน 3.วิเคราะห์ทรัพยากรและศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของชุมชน ได้แก่ แหล่งผลิตปลาหมำ อาหารประจำถิ่น หัตถกรรมเปลญวน บุคคลผู้มีองค์ความรู้ สถานที่เรียนรู้ และกิจกรรมวิถีชีวิต รวมถึงวิเคราะห์ความพร้อมด้านสถานที่ บุคลากร การต้อนรับ ความปลอดภัย และการรองรับนักท่องเที่ยว 4.ออกแบบประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงอาหาร โดยกำหนดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติ เช่น การรับฟังเรื่องราวของปลาหมำ การเรียนรู้วัตถุดิบและขั้นตอนการผลิต การสาธิตหรือทดลองทำผลิตภัณฑ์ การปรุงและชิมเมนูจากปลาหมำ การเรียนรู้หัตถกรรมเปลญวน และการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของชุมชน 5.ร่วมกันจัดทำร่างต้นแบบโปรแกรมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร โดยกำหนดแนวคิดของโปรแกรม จุดเด่น กิจกรรมหลัก ลำดับกิจกรรม ระยะเวลา สถานที่ ผู้รับผิดชอบ และรูปแบบการให้บริการ ตั้งแต่การต้อนรับนักท่องเที่ยว การแนะนำชุมชน การเข้าร่วมฐานเรียนรู้ การรับประทานหรือชิมอาหาร จนถึงการสรุปกิจกรรมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ 6.วิเคราะห์กลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมาย ได้แก่ นักท่องเที่ยวเชิงอาหารและสุขภาพ กลุ่มครอบครัว กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มนักเรียนและนักศึกษา กลุ่มศึกษาดูงาน และผู้สนใจภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้สามารถออกแบบเนื้อหา ระยะเวลา และรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับความสนใจของแต่ละกลุ่ม 7.วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของต้นแบบในด้านความต่อเนื่องของกิจกรรม ระยะเวลา ความพร้อมของสถานที่และบุคลากร ความสะดวกและความปลอดภัย ตลอดจนการใช้วัตถุดิบและทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน เพื่อให้โปรแกรมสามารถนำไปทดลองดำเนินการได้จริง 8.กำหนดบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในการดำเนินโปรแกรม เช่น ผู้ต้อนรับและแนะนำชุมชน ผู้ถ่ายทอดเรื่องราว ผู้สาธิตกระบวนการผลิต ผู้ดูแลฐานกิจกรรม ผู้จัดเตรียมอาหาร ผู้ประสานงานนักท่องเที่ยว และผู้ดูแลการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นระบบและเกิดการกระจายรายได้แก่สมาชิก 9.วางแผนปฏิทินกิจกรรมการท่องเที่ยว โดยพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะสม ความพร้อมของวัตถุดิบ กระบวนการผลิตปลาหมำ เทศกาลสำคัญ และช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อให้ชุมชนสามารถเตรียมความพร้อมและบริหารจัดการการรับนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ 10.กำหนดแนวทางการตลาดและประชาสัมพันธ์ โดยพัฒนาเรื่องราวของปลาหมำให้เป็นจุดขายที่เชื่อมโยงกับอาหารประจำถิ่น ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และสุขภาพ พร้อมวางแนวทางเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เครือข่ายการท่องเที่ยว หน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา และกลุ่มศึกษาดูงาน 11.ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมแต่ละกลุ่มนำเสนอร่างต้นแบบโปรแกรมการท่องเที่ยว จากนั้นร่วมกันวิพากษ์และให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับความน่าสนใจ ความเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ลำดับกิจกรรม ระยะเวลา และความเป็นไปได้ในการนำไปดำเนินงานจริง 12.คณะผู้วิจัยรวบรวมผลจากการระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้เข้าร่วมทั้ง 30 คน มาสังเคราะห์เป็นร่างต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงอาหารจากผลิตภัณฑ์ปลาหมำ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการทดลองดำเนินกิจกรรม ประเมินผล และปรับปรุงให้เป็นโปรแกรมการท่องเที่ยวของชุมชนที่สมบูรณ์ต่อไป ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจกรรม
รายงานโดย นางสาวชนาพร วัยทรง วันที่รายงาน 25/08/2569 [22509] |
15000 | 30 |








