2569 ผลไม้อบแห้งสวนเกษตร ส บุญมีฤทธิ์    0


รายงานความก้าวหน้า

ไตรมาส ผลการดำเนินงาน งบประมาณที่ใช้ ผู้รับบริการ
3 [22184]

กิจกรรมที่ 13 (วันที่ 30 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2569):การเตรียมความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภคและวัสดุอุปกรณ์ เพื่อรองรับการลงพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ และการยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการ

          หัวหน้าโครงการ (รศ.ดร.ตุลา จูฑะรสก) พร้อมด้วยผู้ร่วมโครงการ ได้แก่ ดร.วรวิทย์ โกสลาทิพย์, ดร.ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์ และ ผศ.ดร.ทัศวัลย์ คัมภีระพันธุ์ ได้ร่วมกันเตรียมความพร้อมก่อนการลงพื้นที่ ณ วิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ โดยมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภค วัสดุอุปกรณ์ และองค์ความรู้ที่จำเป็น เพื่อสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ผู้ประกอบการในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2569

          ในด้านระบบสาธารณูปโภค ทีมงานได้ประสานงานร่วมกัน เพื่อรวบรวมข้อมูลความเสียหายของระบบปั๊มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ซึ่งไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากอุปกรณ์และสายไฟบางส่วนถูกสัตว์กัดแทะ โดยผู้ประกอบการได้จัดส่งภาพถ่ายและข้อมูลตำแหน่งความเสียหายมายังคณะผู้วิจัย เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์และประเมินแนวทางการซ่อมแซม ก่อนประสานช่างผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่เข้าดำเนินการต่อไป ขณะเดียวกัน ดร.วรวิทย์ โกสลาทิพย์ ได้ติดต่อและประสานช่างผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เพื่อเตรียมเข้าตรวจสอบระบบระหว่างการลงพื้นที่ของคณะผู้วิจัย โดยมีเป้าหมายไม่เพียงแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างและการบำรุงรักษาระบบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่ผู้ประกอบการในอนาคต

          นอกจากนี้ ทีมงานยังได้เตรียมวัสดุและอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยเฉพาะชุดตรวจเชื้อจุลินทรีย์เบื้องต้น ซึ่งประกอบด้วยแผ่นตรวจเชื้อ Yeast & Moldและ Staphylococcus สำหรับใช้สาธิตการตรวจสุขลักษณะด้านการผลิตอาหาร รวมถึงหารือร่วมกันเกี่ยวกับหัวข้อการอบรม ได้แก่ การตรวจเชื้อ การเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานสถานประกอบการ การทำงานเป็นทีม (Teamwork) และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) เพื่อให้กิจกรรมอบรมสามารถเชื่อมโยงกับการพัฒนาสถานประกอบการได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

          วัตถุประสงค์:

          1) เพื่อเตรียมความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภคและประสานการซ่อมแซมระบบปั๊มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ก่อนการลงพื้นที่

          2) เพื่อจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ และหัวข้อสำหรับการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านมาตรฐานการผลิตอาหาร

          3) เพื่อวางแผนการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้สอดคล้องกับปัญหา และความต้องการของวิสาหกิจชุมชน

 

          ผลการดำเนินงาน:ทีมงานโครงการสามารถรวบรวมข้อมูลความเสียหายของระบบ Solar Cell และประสานช่างผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่เพื่อเตรียมเข้าตรวจสอบระบบระหว่างการลงพื้นที่ได้สำเร็จ ขณะเดียวกัน ได้จัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมอบรม โดยเฉพาะชุดตรวจเชื้อจุลินทรีย์และหัวข้อการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่สอดคล้องกับการยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการ ส่งผลให้การลงพื้นที่ในลำดับถัดไปมีความพร้อมทั้งด้านเทคนิค อุปกรณ์ และแผนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ



รายงานโดย กมลวรรณ ชินวงค์ วันที่รายงาน 04/07/2569 [22184]
5000 6
3 [22182]

กิจกรรมที่ 12 (วันที่ 17 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2569):การเตรียมความพร้อมและรวบรวมข้อมูล เพื่อยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (สบ.1)

          หัวหน้าโครงการ (รศ.ดร.ตุลา จูฑะรสก) และผู้ร่วมโครงการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ดร.วรวิทย์ โกสลาทิพย์, ดร.ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์ และ ผศ.ดร.ทัศวัลย์ คัมภีระพันธุ์ ได้ร่วมกันดำเนินการเตรียมความพร้อมด้านเอกสารและข้อมูลประกอบการยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (หรือแบบ สบ.1) ให้แก่วิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ เพื่อเป็นขั้นตอนเริ่มต้นในการยกระดับสถานประกอบการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรให้มีความพร้อมต่อการขอรับรองมาตรฐานในระยะถัดไป

          ในการดำเนินงานเบื้องต้น ดร.ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์ ได้ประสานงานร่วมกับคุณสไลย์ดา วันทอง ผู้ประสานงานหลักของวิสาหกิจชุมชน เพื่อรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการกรอกแบบฟอร์ม สบ.1 ได้แก่ ข้อมูลสถานที่ผลิต รายละเอียดผลิตภัณฑ์ แผนที่การเดินทาง แบบแปลนพื้นที่ส่วนผลิต รายการกระบวนการผลิต และตัวอย่างข้อมูลประกอบการยื่นคำขอ โดยได้จัดส่งแบบฟอร์ม สบ.1 ที่กรอกข้อมูลสำคัญบางส่วนให้ผู้ประกอบการตรวจสอบและเพิ่มเติมข้อมูลให้ตรงกับสภาพการดำเนินงานจริงของวิสาหกิจชุมชน

          นอกจากนี้ ทีมงานโครงการฯ ยังได้หารือกับผู้ประกอบการเกี่ยวกับประเภทของกระบวนการผลิตที่ควรระบุในเอกสาร สบ.1 ได้แก่ กระบวนการอบแห้ง การลอยแก้ว/แช่อิ่ม การทอด และการแปรรูปสมุนไพรแห้ง รวมถึงการพิจารณาตัวอย่างฉลากสินค้าและข้อมูลประกอบข้อกำหนดในแบบฟอร์ม เพื่อให้เอกสารมีความครบถ้วนและสามารถนำไปใช้ประกอบการปรึกษาสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี (สสจ.กาญจนบุรี) ได้อย่างเหมาะสม

 

          วัตถุประสงค์:

1) เพื่อรวบรวมข้อมูลพื้นฐานของสถานประกอบการและกระบวนการผลิต สำหรับใช้ประกอบการยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (สบ.1)

2) เพื่อจัดทำร่างเอกสาร สบ.1 และเอกสารประกอบเบื้องต้นให้สอดคล้องกับสภาพการผลิตจริงของวิสาหกิจชุมชน

3) เพื่อเตรียมความพร้อมให้วิสาหกิจชุมชนสามารถเข้าสู่กระบวนการปรึกษา สสจ.กาญจนบุรี และการยื่นผ่านระบบ E-Submission ในลำดับถัดไป

 

          ผลการดำเนินงาน:ทีมงานโครงการฯ ได้จัดทำร่างเอกสาร สบ.1 เบื้องต้น โดยมีการกรอกข้อมูลสำคัญบางส่วน เช่น แผนที่การเดินทาง แบบแปลนพื้นที่ส่วนผลิต และรายการกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรของวิสาหกิจชุมชน จากนั้นได้ส่งต่อให้คุณสไลย์ดา วันทอง ตรวจสอบและเพิ่มเติมข้อมูลให้ตรงกับการดำเนินงานจริงของสถานประกอบการ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการได้พิจารณาแก้ไขและปรับรายละเอียดบางส่วน เพื่อให้เอกสารสะท้อนสภาพปัจจุบันของวิสาหกิจชุมชนมากที่สุด

          จากการประสานงานดังกล่าว พบว่า วิสาหกิจชุมชนมีความพร้อมในระดับหนึ่งในการรวบรวมเอกสารพื้นฐาน เช่น เอกสารของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ข้อมูลสถานประกอบการ รายละเอียดกระบวนการผลิต และตัวอย่างผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เช่น ความครบถ้วนของข้อมูลในแบบฟอร์ม การแนบตัวอย่างฉลากสินค้า การระบุประเภทกระบวนการผลิต การระบุรายการเครื่องมือเครื่องจักร พร้อมทั้งอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต (กำลังแรงม้า/วัตต์) และการเปิดสิทธิ์ยื่นเอกสารผ่านระบบ E-Submission ซึ่งทีมงานโครงการฯ ได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการเป็นระยะ เพื่อให้สามารถจัดเตรียมเอกสารได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนมากขึ้น

          ผลจากการดำเนินงานในครั้งนี้ ทำให้วิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ มีชุดข้อมูลและเอกสารตั้งต้นสำหรับการยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับสถานประกอบการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร จากการดำเนินงานในลักษณะชุมชนสู่การจัดการที่มีระบบและสามารถตรวจสอบได้มากขึ้น ทั้งยังเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการวางแผนปรับปรุงพื้นที่ผลิต กระบวนการผลิต และการจัดทำเอกสารมาตรฐานในระยะถัดไป



รายงานโดย กมลวรรณ ชินวงค์ วันที่รายงาน 04/07/2569 [22182]
4000 4
3 [22180]

กิจกรรมที่ 11 (วันที่ 23 มิถุนายน 2569):การพัฒนาข้อเสนอโครงการด้วยระบบ AI-Powered Proposal สำหรับเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยี

          ด้วยทีมที่ปรึกษาโครงการ BCE ของวิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ได้เข้าร่วมกิจกรรมอบรมการพัฒนาข้อเสนอโครงการด้วยระบบ AI-Powered Proposal สำหรับเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยี ซึ่งเป็นการอบรมต่อเนื่อง 5 ครั้ง โดยแบ่งเป็นกิจกรรม Onsite ระหว่าง วันที่ 25–26พฤษภาคม 2569ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์นนทบุรี อำเภอเมือง นนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และกิจกรรม Online ในวันที่ 15–16และ 23มิถุนายน 2569โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ Upskill & Reskill บุคลากรเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยีและผู้ประกอบการ (พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก)ให้สามารถใช้ AI ช่วยสรุปข้อมูลวิจัย และวางแผนความเสี่ยงในการทำข้อเสนอโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพทีมที่ปรึกษาโครงการฯ จึงได้แจ้งให้วิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ทราบเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

          วัตถุประสงค์:

1) เพื่อUpskill & Reskill ให้กับบุคลากรของวิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ได้มีโอกาสนำองค์ความรู้ไปใช้ในด้านการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรของวิสาหกิจชุมชน เป็นผลิตภัณฑ์อาหาร

2) เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญ และสร้างประสบการณ์ให้แก่บุคลากรของวิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร

3) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการในการประยุกต์ใช้ระบบ AI-Powered Proposal เพื่อพัฒนาข้อเสนอโครงการด้านการพัฒนาธุรกิจชุมชน

 

          ผลการดำเนินงาน:ผู้แทนวิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ได้เข้าร่วมการอบรมหลักสูตร การพัฒนาข้อเสนอโครงการด้วยระบบ AI-Powered Proposal สำหรับเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยี”โดยได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้เครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวม วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลสำหรับการจัดทำข้อเสนอโครงการ การกำหนดปัญหาและความจำเป็นของโครงการ การเชื่อมโยงวัตถุประสงค์ กิจกรรม ตัวชี้วัด ผลลัพธ์ และผลกระทบให้มีความสอดคล้องกัน รวมถึงการใช้ AI เพื่อช่วยปรับปรุงความสมบูรณ์ของเอกสารและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดทำข้อเสนอโครงการ ทำให้ผู้ประกอบการมองเห็นแนวทางในการนำเทคโนโลยี AI มาใช้สนับสนุนการพัฒนาโครงการ การยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการ และการเข้าถึงแหล่งทุนจากภาครัฐและหน่วยงานสนับสนุนได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาธุรกิจชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน



รายงานโดย กมลวรรณ ชินวงค์ วันที่รายงาน 04/07/2569 [22180]
0 5
3 [22177]

กิจกรรมที่ 10 (วันที่ 16 มิถุนายน 2569):การประยุกต์ใช้ AI Business Model Builder เพื่อสร้างแผนธุรกิจชุมชนด้านอาหารด้วย Data-Driven Strategy

          ด้วยทีมที่ปรึกษาโครงการ BCE ของวิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ได้เข้าร่วมกิจกรรมอบรมการประยุกต์ใช้ AI Business Model Builder เพื่อสร้างแผนธุรกิจชุมชนด้านอาหารด้วย Data-Driven Strategyซึ่งเป็นการอบรมต่อเนื่อง 5 ครั้ง โดยแบ่งเป็นกิจกรรม Onsite ระหว่าง วันที่ 25–26พฤษภาคม 2569ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์นนทบุรี อำเภอเมือง นนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และกิจกรรม Online ในวันที่ 15–16และ 23มิถุนายน 2569โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ Upskill & Reskill บุคลากรเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยีและผู้ประกอบการ (พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก)ให้สามารถใช้ AI ช่วยสรุปข้อมูลวิจัย และวางแผนความเสี่ยงในการทำข้อเสนอโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพทีมที่ปรึกษาโครงการฯ จึงได้แจ้งให้วิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ทราบเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

          วัตถุประสงค์:

1) เพื่อUpskill & Reskill ให้กับบุคลากรของวิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ได้มีโอกาสนำองค์ความรู้ไปใช้ในด้านการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรของวิสาหกิจชุมชน เป็นผลิตภัณฑ์อาหาร

2) เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญ และสร้างประสบการณ์ให้แก่บุคลากรของวิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร

3) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการในการประยุกต์ใช้ AI Business Model Builder เพื่อพัฒนาโมเดลธุรกิจ และจัดทำแผนธุรกิจชุมชนด้านอาหาร โดยใช้ข้อมูล (Data-Driven Strategy)

 

          ผลการดำเนินงาน:ผู้แทนวิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ได้เข้าร่วม Workshop เรื่อง การประยุกต์ใช้ AI Business Model Builder เพื่อสร้างแผนธุรกิจชุมชนด้านอาหารด้วย Data-Driven Strategy” โดยผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การใช้เครื่องมือ AI เพื่อช่วยวิเคราะห์องค์ประกอบของโมเดลธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (Customer Segments) คุณค่าที่ส่งมอบ (Value Proposition) ช่องทางการจัดจำหน่าย (Channels) ความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relationships) กิจกรรมหลัก ทรัพยากรหลัก พันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนโครงสร้างต้นทุนและแหล่งรายได้ พร้อมทั้งทดลองจัดทำร่าง Business Model และ Business Plan ของวิสาหกิจชุมชนจากข้อมูลจริงของกิจการ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถมองเห็นแนวทางการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ การขยายช่องทางการตลาด และการตัดสินใจเชิงธุรกิจบนพื้นฐานของข้อมูล (Data-driven Decision Making) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจชุมชนตามเป้าหมายของโครงการในปีที่ 2



รายงานโดย กมลวรรณ ชินวงค์ วันที่รายงาน 04/07/2569 [22177]
0 5
3 [22176]

กิจกรรมที่ 9 (วันที่ 15 มิถุนายน 2569):กิจกรรมการอบรมการพัฒนาระบบ AI Financial Dashboard เพื่อการบริหารรายรับ–รายจ่ายด้วย Smart Analytics สำหรับชุมชนธุรกิจด้านอาหาร

          ด้วยทีมที่ปรึกษาโครงการ BCE ของวิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ได้เข้าร่วมกิจกรรมอบรมการพัฒนาระบบ AI Financial Dashboard เพื่อการบริหารรายรับ–รายจ่ายด้วย Smart Analytics สำหรับชุมชนธุรกิจด้านอาหาร ซึ่งเป็นการอบรมต่อเนื่อง 5 ครั้ง โดยแบ่งเป็นกิจกรรม Onsite ระหว่าง วันที่ 25–26พฤษภาคม 2569ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์นนทบุรี อำเภอเมือง นนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และกิจกรรม Online ในวันที่ 15–16และ 23มิถุนายน 2569โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ Upskill & Reskill บุคลากรเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยีและผู้ประกอบการ (พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก)ให้สามารถใช้ AI ช่วยสรุปข้อมูลวิจัย และวางแผนความเสี่ยงในการทำข้อเสนอโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพทีมที่ปรึกษาโครงการฯ จึงได้แจ้งให้วิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ทราบเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

          วัตถุประสงค์:

1) เพื่อUpskill & Reskill ให้กับบุคลากรของวิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ได้มีโอกาสนำองค์ความรู้ไปใช้ในด้านการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรของวิสาหกิจชุมชน เป็นผลิตภัณฑ์อาหาร

2) เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญ และสร้างประสบการณ์ให้แก่บุคลากรของวิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร

3) เพื่อพัฒนาทักษะของผู้ประกอบการในการประยุกต์ใช้ AIเพื่อจัดทำ Financial Dashboard สำหรับการวิเคราะห์รายรับ–รายจ่าย ต้นทุน กำไร และกระแสเงินสด เพื่อสนับสนุนการวางแผนธุรกิจ

 

          ผลการดำเนินงาน:ผู้แทนวิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ได้เข้าร่วมการอบรมหลักสูตร AI Financial Dashboard เพื่อเรียนรู้การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการจัดทำ Dashboard ด้านการเงินสำหรับธุรกิจชุมชน โดยได้รับองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลรายรับ–รายจ่าย การคำนวณต้นทุนและกำไร การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบ Dashboard รวมถึงการใช้ AI ช่วยสรุปผล วิเคราะห์แนวโน้ม และสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ ทำให้ผู้ประกอบการเห็นแนวทางในการนำข้อมูลทางการเงินมาบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับการพัฒนาโมเดลธุรกิจของโครงการในปีที่ 2



รายงานโดย กมลวรรณ ชินวงค์ วันที่รายงาน 04/07/2569 [22176]
0 5
3 [22173]

กิจกรรมที่ 8 (วันที่ 15มิถุนายน 2569):การประชุมหารือแผนปฏิบัติการไตรมาส 3 และการจัดทำแบบแปลนสถานประกอบการแสดงมาตราส่วนเพื่อเตรียมขอรับรองมาตรฐาน

          คณะผู้ดำเนินงาน: รศ.ดร.ตุลา จูฑะรสก (หัวหน้าโครงการ) ได้ประชุมร่วมกับ ผศ.ดร.ทัศวัลย์ คัมภีระพันธุ์ และ ดร.วรวิทย์ โกสลาทิพย์เพื่อหารือแนวทางการบูรณาการแผนงานสำหรับช่วงเดือนมิถุนายน ถึง สิงหาคม 2569 ซึ่งประกอบด้วยการเตรียมความพร้อมในการซ่อมแซมระบบโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการ (ให้เป็นไปตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ เพื่อสร้างความพร้อมก่อนการเข้าพบหน่วยงานกำกับดูแลมาตรฐาน ในระดับจังหวัด) รวมถึงการเตรียมจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่สมาชิกวิสาหกิจในพื้นที่

 

          วัตถุประสงค์:

1) เพื่อกำหนดแนวทางการซ่อมแซมระบบโซลาร์เซลล์ ที่เสียหายจากสัตว์กัดแทะ ให้กลับมาใช้งานได้อย่างสมบูรณ์

2) เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการร่วมกับ อ.ชายกร สินธุสัย (ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานอาหาร) ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2569

3) เพื่อปรับปรุงแบบแปลนสถานประกอบการ โดยการระบุมาตราส่วน (Scale) ให้ถูกต้องตามคำแนะนำของกรรมการ เพื่อความชัดเจนในการดำเนินงาน

 

          ผลการดำเนินงาน:จากการประชุมและลงปฏิบัติงานในช่วงครึ่งหลังของเดือนมิถุนายน ทีมวิจัยได้ข้อสรุปการดำเนินงานดังนี้:

1) การกู้คืนระบบโซล่าเซลล์:ทีมวิจัยได้ประสานงานให้ ดร.วรวิทย์ โกสลาทิพย์ดำเนินการซ่อมแซมระบบโซลาร์เซลล์ที่เสียหาย เพื่อให้ทันต่อความต้องการใช้น้ำในแปลงเกษตรช่วงฤดูการผลิต

2) การจัดเตรียมกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้:ได้ข้อสรุปเบื้องต้นในการจัดอบรมวันที่ 3-4 กรกฎาคม 2569 โดยจะมีการประชุมร่วมกับทีมวิจัยโครงการในเบื้องต้นก่อน เพื่อกำหนดหัวข้อการอบรมและเตรียมวัสดุอุปกรณ์ร่วมกับทีมผู้ประกอบการ

3) การพัฒนาแบบแปลนมาตรฐาน:ดร.ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์ ได้ดำเนินการจัดทำร่างแบบแปลนสถานประกอบการขนาด 10 x 10 เมตร โดยมีการระบุมาตราส่วนที่ชัดเจนในแต่ละโซนผลิต (เช่น พื้นที่ส่วนเปียก ส่วนแห้ง และห้องเตรียมวัตถุดิบ เป็นต้น) ตามคำแนะนำของกรรมการ เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการเข้าขอคำปรึกษาจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และยื่นขอรับรองมาตรฐานในลำดับถัดไป



รายงานโดย กมลวรรณ ชินวงค์ วันที่รายงาน 04/07/2569 [22173]
3000 5
3 [22171]

กิจกรรมที่ 7(วันที่ 10 มิถุนายน 2569):การประชุมเตรียมความพร้อมยื่นขอรับรองสถานประกอบการ (สบ.1) วางแผนซ่อมแซมระบบพลังงานน้ำ และกำหนดหลักสูตรการอบรมเชิงปฏิบัติการ

          คณะผู้ดำเนินงาน: รศ.ดร.ตุลา จูฑะรสก (หัวหน้าโครงการ), ผศ.ดร.ทัศวัลย์ คัมภีระพันธุ์, ดร.วรวิทย์ โกสลาทิพย์ และ ดร.ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์ ได้ประชุมหารือร่วมกันในรูปแบบออนไลน์ (ดังรูปภาพที่ 10) เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานเร่งด่วนในระยะที่ 2 ของโครงการ โดยมุ่งเน้นการยกระดับวิสาหกิจชุมชนให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสถานที่ผลิตอาหาร และการฟื้นฟูระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ทันต่อฤดูกาลผลิตผลไม้ ที่ประชุมได้วิเคราะห์ขั้นตอนการยื่นเอกสารต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) การบริหารจัดการงบประมาณสำหรับการซ่อมแซมระบบโซลาร์เซลล์ และการกำหนดหัวข้อการอบรมเพื่อสร้างความตระหนักด้านสุขลักษณะและคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้กับสมาชิกในกลุ่มวิสาหกิจ

 

          วัตถุประสงค์:

1) เพื่อเตรียมความพร้อมของเอกสาร และแผนผังสถานประกอบการ สำหรับการยื่นขอรับใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร (สบ.1) ต่อ สสจ.กาญจนบุรี

2) เพื่อวางแผนการซ่อมแซมระบบโซลาร์เซลล์สูบน้ำ โดยประสานงานร่วมกับช่างเทคนิคในพื้นที่ เพื่อความยั่งยืนในการดูแลรักษา

3) เพื่อกำหนดหลักสูตรการอบรมเชิงปฏิบัติการ (วันที่ 3-4 กรกฎาคม 2569) โดยเน้นเรื่องการทดสอบอายุการเก็บรักษา (Shelf life) และสุขลักษณะการผลิต

 

          ผลการดำเนินงาน:จากการประชุมสรุปแนวทางการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์ ทีมวิจัยได้มติข้อสรุปดังนี้:

1) การยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการ:ทีมวิจัยจะเร่งเตรียมเอกสารประกอบการยื่นขอรับรองสถานที่ผลิตอาหารแบบไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1) โดยประสานงานให้คุณสไลย์ดา วันทอง จัดเตรียมข้อมูลนิติบุคคลและภาพถ่ายสถานที่ ทั้งนี้จะมีการนัดหมายเข้าพบเจ้าหน้าที่ สสจ.กาญจนบุรี แบบ Face-to-Face เพื่อนำร่างแบบแปลนขนาด 10x10 เมตร ที่มีการแบ่งโซนผลิต (Zoning) รวมถึงเอกสารหลักฐานคำขอรับรองต่างๆ ไปขอคำปรึกษาและปรับปรุงให้ถูกต้อง ตามหลักเกณฑ์ก่อนการยื่นขอผ่านระบบออนไลน์

2) การฟื้นฟูระบบพลังงานน้ำอัจฉริยะ:กำหนดให้การซ่อมแซมระบบโซลาร์เซลล์ที่เสียหายจากสัตว์กัดแทะ เป็นงานเร่งด่วนที่ต้องใช้งบประมาณหลักในระยะนี้ โดยทีมวิจัยจะประสานงาน กับช่างติดตั้งโซลาร์เซลล์ในอำเภอหนองปรือ เพื่อให้เข้ามาประเมินราคา และซ่อมแซมแผงควบคุมและสายไฟ โดยมี ดร.วรวิทย์ เป็นผู้กำกับดูแลด้านเทคนิค เพื่อให้มั่นใจว่าระบบจะสามารถกลับมาบริหารจัดการน้ำในแปลงเกษตรได้ตามปกติ

3) การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และการอบรม:ทีมวิจัยได้กำหนดแผนการจัดอบรมในวันที่ 3-4 กรกฎาคม 2569 โดยมีแนวคิดนำผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่มาทดสอบอายุการเก็บรักษา (Shelf life) ด้วยชุดทดสอบเชื้อแบคทีเรียเบื้องต้น (เช่น ของ 3M) เพื่อให้สมาชิกเห็นความสำคัญของความสะอาด และสุขลักษณะ (GHP) ในกระบวนการทำงานจริง นอกจากนี้จะมีการเสริมองค์ความรู้ด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ และฉลากสินค้าเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การตลาดในปีถัดไป



รายงานโดย กมลวรรณ ชินวงค์ วันที่รายงาน 04/07/2569 [22171]
0 4
3 [22170]

กิจกรรมที่ 6(วันที่ 25-26พฤษภาคม 2569):กิจกรรมการอบรมหลักสูตร NotebookLMกับข้อเสนอโครงการ และการทำงานยุคดิจิทัล

          ด้วยทีมที่ปรึกษาโครงการ BCE ของวิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ได้รับแจ้งจากอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยทักษิณ เรื่องกำหนดการจัดกิจกรรม การนำโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) เพื่อ Upskill & Reskill ให้กับบุคลากรในเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการด้านอาหาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ Upskill & Reskill บุคลากรเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยีและผู้ประกอบการ (พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก) ให้สามารถใช้ AI ช่วยสรุปข้อมูลวิจัย และวางแผนความเสี่ยงในการทำข้อเสนอโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกิจกรรม Onsite ระหว่าง วันที่ 25 - 26พฤษภาคม 2569ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์นนทบุรี อำเภอเมือง นนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และกิจกรรม Online ในวันที่ 15–16และ 23มิถุนายน 2569

          ทีมที่ปรึกษาโครงการฯ จึงได้แจ้งให้วิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ทราบเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว โดยทางอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยทักษิณจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเป็นค่าที่พัก ค่าอาหารและเดินทางแบบเหมาจ่าย

          วัตถุประสงค์:

1) เพื่อUpskill & Reskill ให้กับบุคลากรของวิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ได้มีโอกาสนำองค์ความรู้ไปใช้ในด้านการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรของวิสาหกิจชุมชน เป็นผลิตภัณฑ์อาหาร

2) เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญ และสร้างประสบการณ์ให้แก่บุคลากรของวิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร

 

          ผลการดำเนินงาน:วิสาหกิจชุมชน ส.บุญมีฤทธิ์ ได้ส่งบุคลากรเข้าร่วมการอบรมจำนวน 3 คน ได้แก่ คุณสไลย์ดา วันทอง และ คุณสุณิสา วันทอง โดยมี ดร.ปริมประภา บุญมีฤทธิ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ส.บุญมีฤทธิ์ ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ ในการอบรมครั้งที่ 1 เป็นกิจกรรม Onsite ระหว่าง วันที่ 25-26 พฤษภาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์นนทบุรี อำเภอเมือง นนทบุรี จังหวัดนนทบุรี โดยวันที่ 1 เป็นการอบรมเรื่องหลักสูตร NotebookLMกับข้อเสนอโครงการ และวันที่ 2 NotebookLMกับการทำงานยุคดิจิทัล



รายงานโดย กมลวรรณ ชินวงค์ วันที่รายงาน 04/07/2569 [22170]
5000 5
3 [22122]

กิจกรรมที่ 5(วันที่ 13 พฤษภาคม 2569):การประชุมหารือเพื่อกำหนดรายละเอียดผังสถานประกอบการ (Zoning) การฟื้นฟูระบบน้ำอัจฉริยะ และแผนการส่งเสริมการตลาดดิจิทัล

          คณะผู้ดำเนินงาน: รศ.ดร.ตุลา จูฑะรสก (หัวหน้าโครงการ), ผศ.ดร.ทัศวัลย์ คัมภีระพันธุ์, ดร.วรวิทย์ โกสลาทิพย์ และ ดร.ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์ ได้ประชุมทางไกลร่วมกับทีมผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ประกอบด้วย คุณสไลดา วันทอง (คุณดา), คุณเพลิน, และคุณบัว เพื่อร่วมกันสรุปแผนการดำเนินงานในปีที่ 2 ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ (1) การออกแบบพื้นที่สถานประกอบการให้เป็นไปตามมาตรฐาน อย. โดยพิจารณาแบบจำลองสถานประกอบการขนาด 10x 10 เมตร เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการยื่นขอคำปรึกษาจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.), (2) การวิเคราะห์แนวทางการแก้ปัญหาการจัดการน้ำและพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากการโจรกรรมและสภาพแวดล้อม (การซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบโซลาร์เซลล์สูบน้ำ) และ (3) การจัดอบรมพัฒนาทักษะการตลาดออนไลน์ เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนในระยะยาว ซึ่งการหารือในครั้งนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการขอเลขสารบบอาหาร (อย.) และการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนผ่านการจัดการห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นทางจนถึงการเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคยุคใหม่ ผ่านการส่งเสริมการสร้างกลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาดในรูปแบบดิจิทัล (Digital Marketing หรือ Social Media Marketing)

 

          วัตถุประสงค์:

1) เพื่อพิจารณาและจัดระเบียบแผนผังสถานประกอบการ (Floor Plan) และเส้นทางการไหลของกระบวนการผลิต (Workflow) ให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร

2) เพื่อพิจารณาแนวทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุน (ALRO/BAAC) สำหรับใช้ในการก่อสร้างอาคารและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน

3) เพื่อประเมินแนวทางการซ่อมแซมระบบควบคุมโซลาร์เซลล์สูบน้ำ ที่เสียหายจากการถูกสัตว์กัดแทะและการโจรกรรมอุปกรณ์

4) เพื่อวางแผนการจัดอบรมพัฒนาทักษะการตลาดดิจิทัล การทำ Facebook Live และการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มยอดขาย

 

          ผลการดำเนินงาน:จากการประชุมระดมสมองร่วมกับผู้ประกอบการ ทีมวิจัยได้ข้อสรุปในการจัดทำแผนงานปฏิบัติการ (Action Plan) ดังนี้:

          1) การกำหนดเขตพื้นที่การผลิต (Zoning):ที่ประชุมได้พิจารณาแบบจำลอง 2 มิติ ของอาคารขนาดประมาณ 10 x 10 เมตร โดยมีการจัดแบ่งพื้นที่เป็น 8-9 โซนหลัก เพื่อแยกส่วนงานรับวัตถุดิบ การล้าง การแปรรูป การบรรจุ รวมถึงการแยกส่วน "เปียก" และ "แห้ง" ออกจากกันอย่างชัดเจน และได้กำหนดเส้นทางการไหลของวัตถุดิบ (Flow) ให้เป็นไปในทิศทางเดียว (One-way flow) เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้ามระหว่างส่วนเปียกและส่วนแห้ง โดยเริ่มต้นตั้งแต่จุดที่ 1 (ห้องแต่งตัว และการทำความสะอาดของเจ้าหน้าที่), จุดที่ 0 และ 2(รับวัตถุดิบขาเข้าจากรถขนส่ง และห้องสต๊อกวัตถุดิบ), จุดที่ 3.1, 3.2, และ 4 (การล้าง, ตัดแต่ง, และเตรียมจัดเรียงก่อนเข้าสู่กระบวนการปรุง), จุดที่ 5-6(พื้นที่การปรุง เช่น อบ/ทอด/นึ่ง/นวด/ต้ม/เชื่อม), จนถึงจุดที่ 7-8 (การบรรจุและสต็อกสินค้า) โดยมีการปรับแก้จุดแต่งกายและล้างมือของเจ้าหน้าที่ให้ไปอยู่ในจุดที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้าม (Cross-contamination) ตามหลักเกณฑ์ที่ อย. กำหนด นอกจากนี้ยังพิจารณาการใช้ม่านพลาสติกใสหรือช่องสไลด์ในจุดเชื่อมต่อ เพื่อความสะดวกในการลำเลียงวัตถุดิบปริมาณมาก โดยได้มีการจ้างเหมาทำการวัดพื้นที่และเขียนแบบสถานประกอบการ

          2) การเตรียมความพร้อมด้านแหล่งทุน:ผู้ประกอบการได้แจ้งความคืบหน้าเรื่องการยื่นขอรับการสนับสนุนจาก สปก. และ ธกส. เพื่อเป็นงบประมาณสมทบในการก่อสร้างอาคารมาตรฐาน ซึ่งทีมวิจัยจะเข้ามาร่วมสนับสนุน ในด้านการจัดทำแบบแปลนที่เป็นทางการ เพื่อใช้ประกอบการยื่นเอกสารเหล่านี้

          3) การกู้คืนระบบโครงสร้างพื้นฐาน: ทีมงานได้รวบรวมข้อมูลความเสียหายของระบบโซลาร์เซลล์สูบน้ำ 3 จุดหลัก ซึ่งนอกจากปัญหาหนูกัดแทะสายไฟแล้ว ยังตรวจพบการโจรกรรมหัววาล์วทองเหลือง (Solenoid Valve) ในพื้นที่สวนอีกด้วย โดยทีมวิจัยได้วางแผนจะเข้าดำเนินการเดินสายไฟใหม่ และติดตั้งระบบป้องกันความเสียหายถาวร เพื่อให้วิสาหกิจฯ มีน้ำเพียงพอต่อความต้องการในฤดูการผลิตกระท้อนและลำไย ที่จะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน

          4) กลยุทธ์การตลาดและการสร้างรายได้: มุ่งเน้นการยกระดับผลิตภัณฑ์นำร่อง (เช่น มะยงชิดสกัดเย็น หรือกระท้อนหยี) โดยวางแผนจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ในการพัฒนาทักษะด้านการตลาดออนไลน์ โดยเน้นการสร้างตัวตนของผู้ประกอบการผ่าน "Facebook Live" และการใช้เครื่องมือ AI ช่วยเขียนสคริปต์การขายและวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย รวมถึงช่วยในการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อสร้างช่องทางขายที่เข้มแข็ง ทั้งนี้เพื่อยกระดับการขายจากกลุ่มเพื่อนในวงจำกัด ไปสู่ตลาดในระดับกว้างผ่านการยิงโฆษณาเชิงพาณิชย์ รวมถึงการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ของพื้นที่อำเภอหนองปรือในอนาคต



รายงานโดย กมลวรรณ ชินวงค์ วันที่รายงาน 04/07/2569 [22122]
5000 8
3 [22120]

กิจกรรมที่ 4 (วันที่ 30 เมษายน 2569)การประชุมหารือเชิงนโยบายเพื่อวางแผนยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการ ระบบพลังงาน และกลยุทธ์การขอรับรองมาตรฐาน อย.

          คณะผู้ดำเนินงาน: รศ.ดร.ตุลา จูฑะรสก (หัวหน้าโครงการ), ผศ.ดร.ทัศวัลย์ คัมภีระพันธุ์, ดร.วรวิทย์ โกสลาทิพย์, อ.ชยกร สินธุสัย (ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานอาหาร) และ ดร.ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์ ได้ร่วมประชุมหารือเชิงลึกเพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานในระยะที่ 2 ของโครงการวิสาหกิจชุมชน ส.บุญมีฤทธิ์ โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาคอขวดด้านสถานที่ผลิตที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการขยายตลาดเชิงพาณิชย์ตามแพลตฟอร์มธุรกิจชุมชน (BCE)ที่ประชุมได้วิเคราะห์ความพร้อมของผู้ประกอบการ และความจำเป็นเร่งด่วน ในการปรับปรุงระบบพลังงานโซลาร์เซลล์ ที่ชำรุดเสียหายจากสัตว์กัดแทะ เพื่อให้ระบบบริหารจัดการน้ำกลับมาใช้งานได้ทันท่วงทีในช่วงหน้าแล้ง พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์เป้าหมายที่สอดคล้องกับศักยภาพของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการได้รับเลขสารบบอาหาร (13 หลัก) และสร้างความยั่งยืนให้แก่โครงการในระยะยาว

 

          วัตถุประสงค์:

1) เพื่อวางแผนการก่อสร้างสถานประกอบการแปรรูปขนาดเหมาะสม (Minimalist Facility) ให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์มาตรฐานสถานที่ผลิตของ อย.

2) เพื่อกำหนดแนวทางการซ่อมแซม และปรับปรุงระบบควบคุมโซลาร์เซลล์สูบน้ำทั้ง 3 จุด ที่ได้รับความเสียหายอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ทันต่อความต้องการใช้น้ำในฤดูแล้ง

3) เพื่อคัดเลือกและพัฒนาผลิตภัณฑ์นำร่อง 1-2 ชนิด สำหรับยื่นขอรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อาหาร (เลขสารบบ 13 หลัก) ให้สอดคล้องตามแผนงานโครงการปีที่ 2

 

          ผลการดำเนินงาน:จากการระดมสมองและวิเคราะห์สภาพปัญหาเชิงเทคนิค ทีมวิจัยและผู้ทรงคุณวุฒิได้มติข้อสรุปในการดำเนินงานกิจกรรมที่ 4 ดังนี้:

          1) การจัดการด้านสถานที่ผลิตและแหล่งทุน:ที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการจัดทำร่างแบบแปลนสถานประกอบการขนาด 10x 10 เมตร บริเวณพื้นที่ว่างหลังโดมพาราโบลา โดยเน้นการออกแบบที่ใช้งบประมาณน้อยที่สุดแต่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ อย. (Simple & Standard) เพื่อให้ได้เลขรหัสสถานประกอบการ 8 หลักก่อน โดยทีมวิจัยจะช่วยสนับสนุนในการเขียนโครงการขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคาร (ธกส.) เพื่อให้ผู้ประกอบการมีทุนในการก่อสร้างอาคารจริงเนื่องจากงบประมาณโครงการมีจำกัด

          2) การกู้คืนระบบพลังงานและน้ำ: กำหนดให้การซ่อมแซมระบบสายไฟและแผงควบคุมโซลาร์เซลล์ทั้ง 3 จุดเป็นภารกิจเร่งด่วน (Urgent Task) เนื่องจากพบความเสียหายจากการถูกหนูกัดแทะจนระบบล้มเหลว โดยจะดำเนินการเดินสายไฟใหม่และติดตั้งระบบป้องกันสัตว์กัดแทะ เพื่อให้วิสาหกิจฯ มีน้ำใช้เพียงพอสำหรับผลผลิตทางการเกษตร (กระท้อนและลำไย) ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน

          3) กลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์และมาตรฐาน: ทีมวิจัยตัดสินใจคัดเลือกผลิตภัณฑ์ "ผลไม้อบแห้ง" (เช่น มะยงชิด หรือ มะม่วงกวน) เป็นสินค้าต้นแบบในการขอ อย. เนื่องจากเป็นกลุ่มอาหารประเภทที่ 3 ที่ขอรับรองได้ไม่ยุ่งยากนัก โดยจะเน้นการยกระดับกระบวนการผลิต ให้มีความพิถีพิถันและถูกสุขลักษณะ ตามเกณฑ์ GHP เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคและคู่ค้า (หมายเหตุ:การแบ่งกลุ่มอาหารเพื่อความปลอดภัยและมาตรฐานผู้บริโภค ตามกฎหมายอาหาร พ.ศ. 2522 สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก โดยมีระดับการควบคุมต่างกัน ได้แก่ [1]อาหารควบคุมเฉพาะ(Specific Controlled Foods),[2]อาหารกำหนดคุณภาพ/มาตรฐาน (Standardized Foods),[3]อาหารที่ต้องมีฉลาก (Labeled Foods),และ [4]อาหารทั่วไป (General Foods))

          4) การรักษากรอบเวลาตามแพลตฟอร์ม BCE: ที่ประชุมย้ำเตือนถึงการรักษาสมดุลของงานให้เป็นไปตามแผน 3 ปี คือ ปีที่ 1 (องค์ความรู้), ปีที่ 2 (มาตรฐาน) และปีที่ 3 (การตลาด) เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการถูกประเมินผลโครงการ และเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในเชิงประจักษ์เมื่อสิ้นสุดโครงการ



รายงานโดย กมลวรรณ ชินวงค์ วันที่รายงาน 04/07/2569 [22120]
0 6
2 [21488]

กิจกรรมที่ 3  วันที่ 31 มีนาคม 2569 
การประชุมหารือทีมงานผ่านออนไลน์ เพื่อสรุปประเด็นจากการลงพื้นที่ และจัดทำแผนการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์โครงการปีที่ 2

          คณะทำงานนำโดย รศ.ดร.ตุลา จูฑะรสก ดร ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์ พร้อมด้วย ผศ.ดร.ทัศวัลย์ คัมภีระพันธุ์, ดร.วรวิทย์ โกสลาทิพย์ และเจ้าหน้าที่คลีนิกเทคโนโลยี มจธ.   ได้ร่วมกันประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และสรุปประเด็นปัญหาสำคัญ ที่พบจากการลงพื้นที่วิสาหกิจชุมชน ส.บุญมีฤทธิ์ เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งการประชุมในครั้งนี้มุ่งเน้นการนำเอาข้อมูลทางกายภาพ ทั้งขนาดพื้นที่หน้างาน 10 x 10 เมตร และสภาพความเสียหายรุนแรงของระบบโซลาร์เซลล์สูบน้ำ มาจัดสรรงบประมาณปีที่ 2 จำนวนประมาณ 200,900 บาท ให้เกิดความคุ้มค่าและตรงจุดที่สุด พร้อมกันนี้ทีมวิจัยได้กำหนดแนวทางสนับสนุนผู้ประกอบการในการเข้าถึงแหล่งทุนกู้ยืม เพื่อการก่อสร้างสถานประกอบการให้ได้มาตรฐาน อย. และการวางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปชนิดใหม่ เพื่อลดปริมาณความสูญเสียของผลผลิตในห่วงโซ่คุณค่าอย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์:

          1) เพื่อสรุปและวิเคราะห์ข้อมูลจากการลงพื้นที่จริงในกิจกรรมที่ 2 เพื่อกำหนดทิศทางงานปีที่ 2
          2) เพื่อวางแผนการจัดสรรงบประมาณ สำหรับการซ่อมแซมระบบพลังงานและน้ำ ให้กลับมามีประสิทธิภาพในการทำงานเช่นเดิม
          3) เพื่อกำหนดแนวทางการสนับสนุนผู้ประกอบการ ด้านการยื่นขอรับรองมาตรฐาน อย. และการเข้าถึงแหล่งทุน

ผลการดำเนินงาน: ที่ประชุมได้มีการนำข้อมูลจากการสำรวจพื้นที่จริงมาประมวลผล และจัดทำแผนการดำเนินงาน (Action Plan) โดยมีข้อสรุปที่สำคัญในการขับเคลื่อนโครงการปีที่ 2 ดังนี้:

          1) ด้านโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการน้ำ: ทีมวิจัยระบุว่าการซ่อมแซมระบบควบคุมและสายไฟโซลาร์เซลล์สูบน้ำทั้ง 3 จุด เป็นงานเร่งด่วนอันดับแรก เนื่องจากถูกสัตว์กัดแทะเสียหายจนระบบน้ำในแปลงเกษตรขัดข้อง โดยทีมงานจะดำเนินการติดตั้งระบบป้องกันสัตว์กัดแทะ ควบคู่ไปกับการเดินสายไฟใหม่ เพื่อให้ระบบกลับมาใช้งานได้ทันต่อความต้องการในช่วงหน้าแล้ง
          2) ด้านการยกระดับสถานประกอบการและแหล่งทุน: จากมติที่ให้ย้ายจุดก่อสร้างสถานประกอบการไปบริเวณหลังพาราโบลาโดม (พื้นที่ 10x 10 เมตร) ทีมวิจัยจะเร่งจัดทำร่างแบบแปลน และการแบ่งโซน (Zoning) ตามมาตรฐาน อย. เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปใช้เป็นเอกสารสำคัญ ในการยื่นขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคาร (เช่น ธกส.) หรือโครงการสนับสนุนจากภาครัฐ สำหรับการก่อสร้างอาคารมาตรฐาน เนื่องจากงบประมาณโครงการมีจำกัด
          3) ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และลดการสูญเสีย: มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ "มะยงชิดสกัดเย็น" (Cold Pressed) เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตเสียเปล่าที่มีสูงถึง 6 ตัน หรือร้อยละ 10 ในปีนี้ โดยทีมงานจะเข้าไปปรับปรุงกระบวนการผลิต (Process) ให้ถูกสุขลักษณะ โดยเฉพาะระบบการล้างและการแช่แข็ง (Freezing) ทันทีหลังบรรจุ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสม่ำเสมอและปลอดภัยตามมาตรฐานสากล นอกจากนั้นยังมีแผนในการมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากผลผลิตทางการเกษตรของวิสาหกิจชุมชน และแก้ไขปัญหาในกระบวนการผลิตตลอดปีที่ 2 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดตั้งโรงงานมาตรฐานในปีกิจกรรมที่ 3 ซึ่งจะส่งผลให้วิสาหกิจชุมชนสามารถขอรับรอง อย. และจัดจำหน่ายสินค้าได้อย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนกลับสู่กลุ่มผ่านการตลอดออนไลน์ ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
          4) ด้านนโยบายและเครือข่าย: เตรียมความพร้อมในการบูรณาการงานร่วมกับภาครัฐ ตามโครงการน้อมนำพระราชดำริ ซึ่งจะมีการประชุมใหญ่ในวันที่ 3 เมษายน เพื่อยกระดับวิสาหกิจฯ ให้เป็นศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของอำเภอหนองปรือ



รายงานโดย ผศ.ดร.ทัศวัลย์  คัมภีระพันธุ์ วันที่รายงาน 04/04/2569 [21488]
0 6
2 [21487]

กิจกรรมที่ 2 วันที่ 26 มีนาคม 2569 
ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ก่อสร้างสถานประกอบการ ทดลองการแปรรูปน้ำมะยงชิด และตรวจสอบความเสียหายของระบบโซลาร์เซลล์สูบน้ำ

          คณะผู้ดำเนินงานนำโดย ผศ.ดร.ทัศวัลย์ คัมภีระพันธุ์ จากคลินิกเทคโนโลยี มจธ. พร้อมด้วย ดร.วรวิทย์ โกสลาทิพย์ ได้เดินทางลงพื้นที่ ณ วิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 เพื่อปฏิบัติงานเชิงลึกร่วมกับคุณสไลดา วันทอง และทีมงานวิสาหกิจชุมชน การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นการติดตามผลการดำเนินงาน และร่วมวิเคราะห์สภาพปัญหาจริง เพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ในปีที่ 2 โดยทีมวิจัยได้ทำการสำรวจพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับการเปลี่ยนจุดก่อสร้างสถานประกอบการแปรรูปแห่งใหม่ ในบริเวณใกล้เคียง ให้มีความเหมาะสมตามเส้นทางการผลิต (Workflow) โดยได้ดำเนินการวัดขนาดพื้นที่หน้างานจริง เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดทำร่างแบบแปลนสถานประกอบการให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน อย. ซึ่งนอกจากนี้ ยังได้ร่วมทดลองเทคนิคการแปรรูปมะยงชิดสกัดเย็น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและลดปริมาณความสูญเสียของผลผลิต รวมถึงการตรวจสอบสภาพความเสียหายของระบบโซลาร์เซลล์สูบน้ำ ที่ถูกสัตว์กัดแทะจนส่งผลกระทบต่อระบบการกระจายน้ำในแปลงเกษตร  เพื่อหาแนวทางซ่อมแซมและติดตั้งระบบป้องกันความเสียหายถาวรในระยะถัดไป

วัตถุประสงค์:
          1) เพื่อดำเนินการวัดขนาด และสำรวจพื้นที่หน้างานจริง สำหรับออกแบบสถานประกอบการแปรรูปให้เป็นไปตามมาตรฐาน อย.
          2) เพื่อทดลองเทคนิคการแปรรูปมะยงชิดด้วยระบบสกัดเย็น (Cold Pressed) เพื่อลดการสูญเสียผลผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่ม
          3) เพื่อประเมินสภาพความเสียหายของระบบโซลาร์เซลล์ และระบบควบคุมการจ่ายน้ำ สำหรับการวางแผนซ่อมแซมในลำดับถัดไป

ผลการดำเนินงาน:จากการลงพื้นที่ปฏิบัติงานเชิงลึกร่วมกับผู้ประกอบการ ทีมวิจัยได้ข้อสรุปสำคัญที่เป็นแนวทางในการดำเนินงานระยะที่ 2 ของโครงการ ดังนี้:
          1) การจัดการแผนผังและโครงสร้างพื้นฐาน:ทีมวิจัยและผู้ประกอบการได้เห็นพ้องในการปรับเปลี่ยนจุดก่อสร้างสถานประกอบการแปรรูปจากแผนเดิม มาเป็นบริเวณ พื้นที่ว่างด้านหลังพาราโบลาโดม เนื่องจากมีความเหมาะสมในการจัดเส้นทางการลำเลียงวัตถุดิบ (Workflow) และการบริหารจัดการพื้นที่ได้ดีกว่าเดิม โดยจากการวัดขนาดพื้นที่หน้างานจริงพบว่ามีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 10x 10 เมตร ซึ่งทีมงานจะนำข้อมูลนี้ไปจัดทำร่างแบบแปลนการแบ่งโซน (Zoning) ให้ถูกต้องตามมาตรฐาน อย. เพื่อใช้เป็นเอกสารสำคัญในการยื่นขออนุมัติสถานประกอบการ และใช้ประกอบโครงการยื่นขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) สำหรับการลงทุนก่อสร้างอาคารในลำดับถัดไป เนื่องจากงบประมาณโครงการมีจำกัด
          2) การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อลดความสูญเสีย (Waste Reduction): ทีมวิจัยได้ทดลองเทคนิคการแปรรูปมะยงชิดโดยใช้เครื่องสกัดน้ำผลไม้เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ "มะยงชิดในน้ำมะยงชิด" (Cold Pressed) เพื่อใช้ทดแทนการใช้น้ำเชื่อมในบรรจุภัณฑ์แบบเดิม กิจกรรมนี้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาการสูญเสียผลผลิตมะยงชิดที่เหลือจากการคัดเกรด ซึ่งในปีนี้พบความเสียหายจากการแปรรูปไม่ทันถึง 6 ตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของผลผลิตทั้งหมด ผลการทดสอบเบื้องต้นพบว่าช่วยยกระดับรสชาติให้มีความโดดเด่น ลดความหวานที่มากเกินไป และสร้างอัตลักษณ์ใหม่ให้แก่แบรนด์ โดยทีมงานได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมด้านสุขลักษณะ และการใช้ระบบน้ำสะอาด (RO) ในกระบวนการผลิตเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
          3) การประเมินและซ่อมแซมระบบพลังงาน: จากการลงสำรวจระบบโซลาร์เซลล์สูบน้ำที่ติดตั้งไว้เดิมทั้ง 3 จุด พบความเสียหายรุนแรงบริเวณแผงควบคุมและสายไฟซึ่งถูกสัตว์กัดแทะ (หนู) จนระบบไม่สามารถจ่ายน้ำเข้าสู่แปลงเกษตรได้ ทีมวิจัยได้รวบรวมข้อมูลทางเทคนิคของแผงเดิมซึ่งเป็นระบบ 320 วัตต์ จำนวน 16 แผง (รวมกำลังผลิตประมาณ 5kW) เพื่อนำมาวางแผนการเดินสายไฟใหม่ และติดตั้งระบบป้องกันสัตว์กัดแทะให้มีความมั่นคงถาวร เพื่อให้ระบบน้ำกลับมาใช้งานได้ทันต่อความต้องการในช่วงหน้าแล้ง ซึ่งเป็นประเด็นเร่งด่วนของผู้ประกอบการในขณะนี้



รายงานโดย ผศ.ดร.ทัศวัลย์  คัมภีระพันธุ์ วันที่รายงาน 04/04/2569 [21487]
5200 16
2 [21486]

กิจกรรมที่ 1  วันที่ 12 มกราคม 2569
:ประชุมหารือเพื่อปรับแผนงาน และงบประมาณโครงการปีที่ 2 ให้สอดคล้องกับเป้าหมาย การยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการ และระบบบริหารจัดการน้ำ

          หัวหน้าโครงการ (รศ.ดร.ตุลา จูฑะรสก) พร้อมด้วยผู้ร่วมโครงการ (ดร.ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์) ได้ร่วมกับคลินิกเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (โดย ดร วรวิทย์ ดกศลาทิพย์  ผศ.ดร.ทัศวัลย์ คัมภีระพันธุ์ และเจ้าหน้าที่คลินิกเทคโนโลยี มจธ.) ได้หารือร่วมกัน เพื่อพิจารณาปรับรายละเอียดกิจกรรม และงบประมาณในข้อเสนอโครงการปีที่ 2 โดยมีการปรับงบประมาณจากเดิมที่เสนอไว้ ให้คงเหลือที่จำนวน 200,900 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับการพิจารณาของคณะกรรมการ ซึ่งการหารือในครั้งนี้ มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของวิสาหกิจชุมชน ส.บุญมีฤทธิ์ โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมด้านสถานที่ผลิต เพื่อให้ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และการเพิ่มประสิทธิภาพระบบจ่ายน้ำในพื้นที่วิสาหกิจชุมชน

 วัตถุประสงค์:
          1) เพื่อปรับแผนการดำเนินงานและกิจกรรมปีที่ 2 ให้สอดคล้องกับงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติ (290,000 บาท)
          2) เพื่อกำหนดแนวทางการจัดทำร่างแบบแปลนสถานประกอบการ (Zoning) ให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ อย. สำหรับการแปรรูปผลไม้และสมุนไพรอบแห้ง
          3) เพื่อวางแผนปรับปรุงระบบควบคุมการจ่ายน้ำอัตโนมัติ (Smart Water Management) ในจุดที่ชำรุดเสียหาย
          4) เพื่อขยายขอบเขตการดำเนินงานและผลกระทบสู่เครือข่ายชุมชนภายนอก (Resource Sharing) ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ

ผลการดำเนินงาน: จากการประชุมหารือร่วมกัน ทีมวิจัยได้ข้อสรุปในการปรับเปลี่ยนจุดเน้นของโครงการในปีที่ 2 โดยมุ่งเน้นไปที่ 3 ประเด็นหลัก คือ:
          1) การยกระดับสถานประกอบการสู่มาตรฐาน อย.: ทีมวิจัยมีความเห็นที่จะดำเนินการจัดทำร่างแบบแปลนสถานที่ผลิต (Floor Plan) ที่มีการแยกโซน (Zoning) ระหว่างการผลิตขนม/ผลไม้อบแห้ง และสมุนไพรอบแห้งให้ชัดเจน โดยจะมีการประสานงานเชิงรุกร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สุพรรณบุรี เพื่อขอคำปรึกษาด้านการวางผังก่อนการปรับปรุงพื้นที่จริง เพื่อให้วิสาหกิจฯ สามารถยื่นขอรับรองมาตรฐานสถานประกอบการได้อย่างถูกต้องในอนาคต
          2) การเพิ่มประสิทธิภาพระบบน้ำอัจฉริยะ: ในส่วนของระบบน้ำ จะมุ่งเน้นการซ่อมแซมและปรับปรุงแผงควบคุมการจ่ายน้ำ และโซลินอยด์วาล์ว (Solenoid Valve) ที่ชำรุด เพื่อให้ระบบสามารถกลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ในการควบคุมความชื้นและการใช้น้ำอย่างแม่นยำ
          3) การสร้างการมีส่วนร่วมและแบ่งปันทรัพยากร:ทีมงานได้วางแผนที่จะขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังเกษตรกรเครือข่ายภายนอก (เช่น กลุ่ม Young Smart Farmer และโรงเรียนในพื้นที่) เพื่อให้เข้ามาเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากเครื่องมือเทคโนโลยี (เช่น ตู้อบลมร้อน) ร่วมกับวิสาหกิจฯ (Resource Sharing) เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง และลดปัญหาความขัดแย้งในชุมชน

          นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้ปรับลดตัวชี้วัด (KPI) ด้านจำนวนเทคโนโลยีลงเหลือ 1 ระบบ (ระบบน้ำ) เพื่อเพิ่มความชัดเจนให้กับผลผลิตด้าน "แผนผังสถานประกอบการที่ได้มาตรฐาน" ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญสู่ความยั่งยืนของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในระยะยาว



รายงานโดย ผศ.ดร.ทัศวัลย์  คัมภีระพันธุ์ วันที่รายงาน 04/04/2569 [21486]
0 6