2569 การบริการให้คำปรึกษาและข้อมูลเทคโนโลยี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 0
ผล
ผล
ผล
รายงานความก้าวหน้า
| ไตรมาส | ผลการดำเนินงาน | งบประมาณที่ใช้ | ผู้รับบริการ | |||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 3 [22240] |
วันที่ 17 กันยายน 2568 สถานที่ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ผู้ขอรับคำปรึกษาจำนวน 6 ราย สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพัทลุง ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมแนวทางการจัดการของเสียอย่างถูกต้อง ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกในระดับจังหวัด ในวันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการจัดการขยะและของเสียอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และแนวทางการจัดการของเสียอย่างถูกต้องและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอันจะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยมีผู้ร่วมเป็นบุคลากรจากเทศบาล ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยในผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิรมล จันทรชาติ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล ร่วมเป็นวิทยากรในกิจกรรมดังกล่าว
วันที่10 - 11 กุมภาพันธ์ 2569 สถานที่ณ โรงแรมลำปำรีสอร์ท อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ผู้ขอรับคำปรึกษาจำนวน ราย สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพัทลุง ได้ดำเนินโครงการประชุมให้ความรู้แก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และคณะกรรมการเครือข่ายองค์ความรู้ KBO (Knowledge – Based OTOP : KBO) จังหวัดพัทลุง โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและยกระดับบทบาทของเครือข่ายองค์ความรู้ KBO จังหวัดพัทลุง ให้เป็นศูนย์กลางในการสนับสนุนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ในท้องถิ่นให้ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างและเปิดโอกาสทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ OTOP ที่ผ่านกระบวนการพัฒนาแล้ว ให้มีศักยภาพสูงขึ้นและสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพในตลาดที่หลากหลาย การจัดกิจกรรมตลอดระยะเวลา 2 วัน มีเนื้อหาหลักสูตร ดังนี้ 1.ด้านการออกแบบและการสร้างแบรนด์ มุ่งเน้นการปูพื้นฐานความรู้และฝึกปฏิบัติกระบวนการกลุ่มย่อย (แบ่งเป็น 3 กลุ่ม) ในการออกแบบอัตลักษณ์และการสร้างแบรนด์สินค้าให้มีความโดดเด่นและเป็นที่จดจำ วิทยากรโดย: อาจารย์พลัฏฐ์ ยิ้มประเสริม (วิทยากรจากคณะศิลปกรรมศาสตร์) 2.ด้านการยกระดับคุณภาพและการสร้างมูลค่าเพิ่ม เจาะลึกเทคนิคการพัฒนาคุณลักษณะทางกายภาพของผลิตภัณฑ์ ได้แก่ การปรับปรุงด้านสี กลิ่น รสชาติ และเนื้อสัมผัส ให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด รวมถึงการเรียนรู้กลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพิ่มและการร้อยเรียงเรื่องราวผลิตภัณฑ์ (Storytelling) โดยดึงเอาเสน่ห์และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างจุดขาย วิทยากรโดย: นายฐาณพัฒน์ คงพัฒน์ (วิทยากรจากอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมสังคม) 3.ด้านการวางแผนและกลยุทธ์ทางธุรกิจ การเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบ การฝึกเขียนและจัดทำแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงการวางแนวทางแผนธุรกิจและการลงพื้นที่ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปปฏิบัติงานได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม วิทยากรโดย: นางนิชมลกานต์ ขุนเพชร (วิทยากรราชการ) และคณะเจ้าหน้าที่โครงการฯ นอกเหนือจากการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการในห้องประชุมแล้ว ทางอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมสังคม ได้ร่วมเปิดจุดบริการให้คำปรึกษาเคลื่อนที่ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ OTOP ในด้านต่างๆ
วันที่19 มิถุนายน 2569 สถานที่ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์บ้านหูยาน หมู่ที่ 8 ต.นาท่อม อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง
ผศ.ดร.พรพิมล มะยะเฉียว อาจารย์สังกัดคณะอุตสาหกรรมเกษตรและชีวภาพ ได้ลงพื้นที่เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และให้คำปรึกษาแก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์บ้านหูยาน ในการพัฒนา 1.การล้างและทำความสะอาดวัตถุดิบ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการล้างทำความสะอาดวัตถุดิบอย่างถูกวิธี เพื่อลดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ เศษดิน และสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผลิตภัณฑ์เน่าเสียได้ง่าย 2.การเตรียมวัตถุดิบ ให้ความรู้ด้านการคัดเลือกและการตัดแต่งวัตถุดิบ ตลอดจนการควบคุมปัจจัยทางกายภาพที่เหมาะสมก่อนนำไปแปรรูป เพื่อคงคุณภาพและความสดใหม่ของวัตถุดิบไว้ให้ได้มากที่สุด 3.การบดวัตถุดิบ แนะนำเทคนิคและสุขลักษณะในการบดวัตถุดิบ การดูแลรักษาความสะอาดของเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการบด เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้าม (Cross-contamination) ในระหว่างกระบวนการผลิต 4.บรรจุภัณฑ์ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกใช้ประเภทของบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์เครื่องแกง ซึ่งต้องมีคุณสมบัติในการป้องกันความชื้น แสง และก๊าซออกซิเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยชะลอการเสื่อมเสียและยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ให้ยาวนานขึ้น 5.การเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ก่อนการจัดจำหน่าย แนะนำแนวทางการจัดเก็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปในสภาวะและอุณหภูมิที่เหมาะสม การจัดวางสินค้าอย่างเป็นระบบตามหลักเกณฑ์ GMP เพื่อรักษาคุณภาพของเครื่องแกงก่อนส่งมอบถึงมือผู้บริโภค จากการได้รับคำปรึกษาครั้งนี้ สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์บ้านหูยาน มีความเข้าใจในแนวทางการจัดการกระบวนการผลิตที่ถูกสุขลักษณะตามมาตรฐาน GMP ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์เครื่องแกงให้ยาวนานขึ้นโดยยังคงคุณภาพและรสชาติที่ดีไว้ได้ แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมของกลุ่มในการยกระดับโรงเรือนและกระบวนการผลิตเพื่อขอรับรองมาตรฐานในอนาคตต่อไป
รายงานโดย นางนิชมลกานต์ ขุนเพชร วันที่รายงาน 05/07/2569 [22240] |
30000 | 45 | |||||||||||||||||||||||
| 2 [21473] |
วันที่ 14 ตุลาคม 2568 สถานที่ณ ห้องประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ผู้ขอรับคำปรึกษาจำนวน 1ราย สรุปการให้คำปรึกษา ผู้ประกอบการขอคำปรึกษาเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ปลาลูกแบร่ทอดกรอบ โดย รองศาสตราจารย์ดร.อมรรัตน์ ถนนแก้ว อาจารย์คณะอุตสาหกรรมเกษตรและชีวภาพ ได้ให้คำแนะนำ ดังนี้
การปรุงรสและยับยั้งจุลินทรีย์ : ควบคุมปริมาณเกลือเพื่อปรับรสชาติและลดค่ากิจกรรมของน้ำ (Aw) เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ การกำจัดกลิ่นและเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ : ใช้สมุนไพร (ขมิ้นและใบมะกรูด) เพื่อลดกลิ่นคาวปลาและเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติในตัวผลิตภัณฑ์
ขั้นตอนการทำแห้ง (Drying) : ใช้อุณหภูมิช่วง 60 - 70°C เพื่อควบคุมความชื้นให้เหมาะสม ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาและเตรียมสภาพผิวก่อนการทอด ขั้นตอนการทอด (Deep Frying) ใช้น้ำมันปาล์ม (จุดเกิดควันสูง) ในลักษณะน้ำมันท่วม ควบคุมอุณหภูมิที่ 160 - 180°C เพื่อให้เกิดความร้อนทั่วถึง เน้นการเกิด ปฏิกิริยาไมลาร์ (Maillard Reaction) เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีความกรอบและมีสีเหลืองทองน่ารับประทาน
การปรุงแต่ง : ดำเนินการสะเด็ดน้ำมันให้แห้งสนิทก่อนคลุกผงปรุงรสเพื่อเพิ่มรสชาติ การเก็บรักษา : ควรบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่สามารถป้องกันความชื้นและก๊าซออกซิเจน (เช่น ถุงฟอยล์หรือถุงลามิเนต) เพื่อป้องกันการเหม็นหืนและรักษาความกรอบ
วันที่ 21พฤศจิกายน 2568 สถานที่ณ ห้องประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ผู้ขอรับคำปรึกษาจำนวน 5ราย สรุปการให้คำปรึกษา การยกระดับมาตรฐานการผลิตปุ๋ยไส้เดือนและการจัดการธุรกิจชุมชน ผศ.ดร.ปริศนา วงค์ล้อม อาจารย์สังกัดคณะเทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน ได้ให้คำแนะนำดังนี้ 1. การวิเคราะห์กลุ่ม (Group Analysis): ค้นหาจุดเด่นและสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้กลุ่มชุมชนมีอัตลักษณ์ที่ชัดเจน 2. การวิเคราะห์ธาตุอาหาร: ดำเนินการตรวจสอบและวิเคราะห์ปริมาณธาตุอาหารหลัก NPK (ไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส, โพแทสเซียม) เพื่อให้ได้ค่าตามเกณฑ์มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ การปรับและควบคุมค่า pH ให้เหมาะสมก่อนการบรรจุ เพื่อรักษาคุณภาพของสารอาหารและจุลินทรีย์ และการวางแนวทางปฏิบัติเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ผ่านเกณฑ์การรับรองมาตรฐานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 3. การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรักษาคุณภาพปุ๋ยได้ดี (ป้องกันความชื้นและแสง) ควบคู่ไปกับการออกแบบที่ดึงดูดใจผู้บริโภค การจัดการหลังการผลิ ต: เน้นความปลอดภัยและประสิทธิภาพตั้งแต่กระบวนการเลี้ยงจนถึงขั้นตอนการบรรจุจำหน่าย สรุปแนวทางการดำเนินงานต่อเนื่อง เพื่อให้โครงการเห็นผลเป็นรูปธรรม ที่ปรึกษาและผู้ประกอบการได้วางแผนร่วมกันในการ เตรียมความพร้อมเพื่อส่งต่อกลุ่มเข้าสู่โครงการพัฒนาบนแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและศักยภาพของผู้ประกอบการ
วันที่21 พฤศจิกายน 2568 สถานที่ณ ห้องประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ผู้ขอรับคำปรึกษาจำนวน 3ราย สรุปการให้คำปรึกษา ผู้ประกอบการขอเข้ารับคำปรึกษา ทางชุมชนมีวัตถุดิบกล้วยและผักพื้นบ้านปริมาณมาก แต่เน้นการขายผลสด ทำให้ราคาผันผวนและขาดการสร้างมูลค่าเพิ่มจึงเข้ามาขอรับคำปรึกษา โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรพิมล มะยะเฉียว อาจารย์คณะอุตสาหกรรมเกษตรและชีวภาพ ได้เก็บข้อมูลจากผู้ประกอบการ โดยมีแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ "กล้วยฉาบเคลือบผงผัก" เพื่อสร้างเอกลักษณ์ ที่แตกต่างจากกล้วยฉาบทั่วไปในตลาด โดยเริ่มจากเน้นการดึงสรรพคุณของผักพื้นบ้านมาเป็นจุดขายด้านสุขภาพเริ่มต้นจากการแปรรูปผักพื้นถิ่นในชุมชน เช่น ใบตำลึง ผักหวาน และผักเหลียง ให้เป็นรูปแบบผง เพื่อใช้สำหรับเคลือบหรือปรุงรส และในกระบวนการแปรรูปหลักจะเข้าไปถ่ายทอดเทคนิคการทำกล้วยฉาบให้ได้คุณภาพ (ความกรอบ การลดการอมน้ำมัน) และการใช้เทคนิคการเคลือบผงผักเพื่อให้ยึดเกาะกับแผ่นกล้วยได้ดี โดยยังคงสีสันและสารอาหารจากธรรมชาติ และทดสอบสัดส่วนที่เหมาะสมระหว่างผงผักแต่ละชนิดกับกล้วยฉาบ เพื่อหาความลงตัวด้านรสชาติและเนื้อสัมผัส ทั้งนี้มีแผนการส่งต่อโครงการเข้าสู่แพลตฟอร์มสนับสนุนอื่นๆ (เช่น แหล่งทุนวิจัย หรือโครงการบ่มเพาะวิสาหกิจชุมชน) เพื่อพัฒนามาตรฐานการผลิตผงผักให้มีคุณภาพสูงและสม่ำเสมอ
รายงานโดย นางนิชมลกานต์ ขุนเพชร วันที่รายงาน 04/04/2569 [21473] |
5000 | 10 | |||||||||||||||||||||||






